แพร่พร้อมเตรียม รพ.สนาม ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินตรวจคนเดินทางทุกคน


ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ตรวจพื้นที่ 3 ด่านเข้าออกจังหวัด นำผู้ต้องสงสัยตรวจไข้ระเอียด ประชาชนส่วนใหญ่พอใจมาตรการเข้ม แพร่ยังยืนยันผู้ป่วย 1 คน ผู้ต้องสงสัย กักบริเวณพร้อมรับมือโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่วันที่ 27 มีนาคม ถึงการจัดการกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่รัฐบาลประกาศมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา จังหวัดแพร่มีการสนธิกำลังตั้งด่านตรวจเข้มสำหรับการเดินทางสัญจรเข้าออกจังหวัดแพร่จะนวน 3 จุดใหญ่ๆคือ ที่ด่านแม่แขม อ.ลองไป จ.ลำปาง ด่านร่องเข็ม อ.ร้องกวาง ไปจังหวัดน่าน และ ที่ด่านตรวจเด่นชัย อ.เด่นชัย เส้นทางสายหลักเดินทางเข้าออกจังหวัดแพร่ ไป กทม ด่านนี้ถือเป็นด่านที่ต้องรับมือผู้เดินทางผ่านที่มีจำนวนมากการตรวจละเอียดทำให้มีรถติดสะสมจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบประชาชนที่เดินทางมีไข้สูง 37.5 จะถูกนำมาตรวจซ้ำและถ้ายังมีไข้เพิ่มขึ้นนำตัวเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลต่อไป


นางกานต์เปรมปรีย์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิดยังมีผู้ติดเชื้อเป็นผู้ป่วยเพียง 1 รายเท่านั้นในจังหวัดแพร่ มีการเฝ้าระวังจากกลุ่มเสี่ยงจากหลายๆ กรณีรวมทั้งบ่อนไก่ มีการเฝ้าระวังจำนวน 32 คน ผ่านไปแล้วทั้งหมดไม่พบเชื้อโควิด อย่างไรก็ตามยังมีการเฝ้าระวังต่อเนื่องโดยใช้ Home Quarantine (เฝ้าระวังดูแลที่บ้าน) คือการดูแลที่ภูมิลำเนาโดยมีการคุมเข้มด้วยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร คือ รพ.สต. /อสม. / อาสาสมัครในชุมชน สาธารณสุขอำเภอ โดยมีนายอำเภอเข้าไปดูแลมีมาตรฐานในการควบคุมตัว ส่วนผู้ที่บ้านที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสมกับการกักตัว จังหวัดได้จัดสถานที่เฝ้าระวังไว้ทั้งหมด 5 แห่ง นำผู้ต้องสงสัยมากักตัวเฝ้าระวังได้ 250 คน เตรียมโรงพยาบาลสนามอีก 8 แห่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 400-500 เตียง การคัดกรองที่ต้องเข้ามาทำการกักตัวเฝ้าระวังสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านประเทศที่มีการระบาดอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มบ่อนไก่สถิติเดิม 550 คนเฝ้าระวังผ่านไปแล้วเหลือ 40 คน แต่ตรวจแล้วไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด


หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจังหวัดแพร่ ได้ใช้วิธีการบูรณาการทุกภาคส่วนสนธิกำลังเข้ามาทำภารกิจ ก่อนหน้านี้แพร่ได้มีมาตรการอุดประตูเข้าจังหวัดแพร่ไว้ทุกด้านแล้วมีการตรวจอุณภูมิถ้าเกินกว่า 37.5 จะส่งต่อให้กับสาธารณสุขรับต่อไปดูแล มีการปฏิบัติทั้งสถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และสนามบิน มีการตรวจสอบค้นหาเพื่อลดการแพร่กระจายในจังหวัด การจัดกำลังเฝ้าระวังนั้นจังหวัดเพียงจัดงบประมาณค่าอาหารที่สามารถเบิกได้ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ หน่วยงานที่เข้ามาร่วมและท้องถิ่นได้จัดงบประมาณเข้ามาตามภาระกิจของตนเอง เน้นคนที่เดินทางเข้าจังหวัดแพร่ ส่วนการเดินทางออกก็จะไปเจอการตรวจของจังหวัดอื่นต่อไป


นางกานต์เปรมปรีย์ กล่าวว่า “ถ้าเราไม่เคลื่อนไหวเดินทาง โรคจะหยุดกระจาย หากเราจะช่วยจังหวัดของเราไม่ให้มีการกระจายของโรคต้องหยุดอยู่กับบ้านทานอาหารที่บ้าน ไม่ไปในที่สุ่มเสี่ยงซึ่งทางจังหวัดได้ปิดพื้นที่สุ่มเสี่ยงเป็นส่วนใหญ่แล้ว แพร่ทำทุกเกราะป้องกันแล้ว การเฝ้าระวังเข้มข้นในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นในระดับจังหวัดปัจจุบัน ส่วนกลุ่มที่เข้าจากต่างประเทศมีอยู่จำนวน 1,000 คน ซึ่งคงไม่กลับไปทำงานหรือไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทางจังหวัดแพร่กำลังมองหาว่าจะให้คนเหล่านี้ได้ทำงานอะไร และเพื่อความมั่นใจกำลังทำประกาศออกมาในการปิดสนามกีฬาและอื่นๆ ที่ถือว่าเป็นจุดเสี่ยง เพิ่มอีก ร้านอาหารเปลี่ยนรูปแบบเป็นการซื้อกลับบ้านหรือร้านที่มีพื้นที่โปร่งพอก็สามารถจำหน่ายในร้านได้ ในช่วยนี้ขอความกรุณางดการเดินทางทุกรูปแบบเพราะการเดินทางจะมีอุปสรรคมากจาการตรวจของเจ้าหน้าที่”

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดแพร่ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น