ก.เกษตรฯ ยืนยันสินค้าเกษตรไม่ขาดแคลน ช่วงวิกฤติโควิด-19

กรุงเทพฯ – กระทรวงเกษตรฯ รายงานสถานการณ์ การผลิตพืช ปศุสัตว์ และประมง มั่นใจเพียงพอไม่ขาดแคลน “เฉลิมชัย”เน้นเทคโนโลยีออนไลน์ บริหารและบริการประชาชน ในช่วงวิกฤตโควิด-19

วันที่ 25 มีนาคม 2563 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายบรรจง จำนงศิติธรรม รองอธิบดีกรมประมง ร่วมแถลงข่าว ผลผลิตด้านการเกษตร ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัส COVID-19 ที่อาจก่อให้เกิดความวิตกว่าผลผลิตการเกษตรจะขาดแคลน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ให้ความมั่นใจว่า การจัดการห่วงโซ่ของปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ปี 2563 ภายใต้ภาวะฉุกเฉินนี้ จะเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ และยังมีศักยภาพบางส่วนในการส่งออก ซึ่งในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากจีน และอันดับที่ 12 ของโลก ทั้งนี้ หน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ได้ประมาณการผลิตปี 2563 ทั้งพืช ปศุสัตว์ และประมง ดังนี้

ข้าว
มีการผลิตทั้งหมด 28 ล้านตันข้าวเปลือก มีความต้องการภายในประเทศ 12 ล้านตันข้าวเปลือก คิดเป็นร้อยละ 42 จึงเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ การส่งออก และเก็บเป็นพันธุ์ข้าวสำหรับการเพาะปลูกต่อไป

สินค้าด้านประมง
มีปริมาณการผลิต 2.7 ล้านตันต่อปี โดยเป็นผลผลิตที่จับจากทะเล 1.6 ล้านตัน จับจากแหล่งน้ำจืด 1.8 แสนตัน ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงในน้ำจืด 4 แสนตัน จากการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล 3.7 แสนตัน จากการเพาะเลี้ยงหอยทะเล 44,000 ตัน จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอีก 4 แสนตัน อีกทั้งยังมีการสนับสนุนปล่อยพันธุ์เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำชุมชนกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศกว่า 300 ล้านตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผลิตจากการจับจากทะเลที่มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดทุกวัน โดยเฉลี่ย 22,000 ตันต่อวัน

สินค้าด้านปศุสัตว์
ไก่เนื้อ มีกำลังการผลิต 2.8 ล้านตัน ซึ่งเป็นการบริโภคในประเทศ 1.8 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 62 ของกำลังการผลิต

ไข่ไก่ มีกำลังการผลิต 15,000 ล้านฟองต่อปี ซึ่งใช้บริโภคในประเทศกว่าร้อยละ 98 ซึ่งยืนยันว่ามีเพียงพอ โดยสามารถผลิตได้วันละ 41 ล้านฟอง บริโภคในประเทศ 40 ล้านฟอง และส่งออก 1 ล้านฟอง โดยในช่วงฤดูร้อนซึ่งส่งผลให้แม่ไก่ออกไข่น้อยกว่าปกติ ก็ยังมีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และขอความร่วมมืออย่าตื่นตระหนักงดการกักตุนมิฉะนั้นจะมีผู้ฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรซึ่งต้องช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดี สำหรับราคาหน้าฟาร์มขณะนี้อยู่ฟองละ 2.8 บาท

สุกรเนื้อ มีกำลังการผลิต 1.68 ล้านตันเพื่อบริโภคภายในประเทศร้อยละ 92 ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ

สินค้าด้านพืช
ปาล์มน้ำมัน สำหรับการผลิตน้ำมันพืชสำหรับบริโภค ไทยมีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบกว่า 3.5 ล้านตัน ซึ่งมีปริมาณการใช้ 3.3 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ ทั้งการทำน้ำมันพืช ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ และการนำไปใช้เป็นพืชพลังงาน

มะพร้าว สำหรับกะทิ น้ำมัน และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ ซึ่งมีกำลังการผลิตในประเทศ 8.4 แสนตัน มีความต้องการ 1 ล้านตัน โดยนำเข้ามาบางส่วน โดยในระยะสั้นและกลาง ซึ่งในขณะนี้ใกล้ช่วงผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาด จึงทำให้ไม่เกิดการขาดแคลนมะพร้าว

อ้อย ไทยสามารถผลผลิตอ้อยได้กว่า 111 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลได้ 12 ล้านตัน ใช้ภายในประเทศ 2.6 ล้านตัน จึงเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และมีศักยภาพในการส่งออกและแปนรูป ซึ่งขณะนี้ไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ 2 ของโลกและยังมีบางส่วนที่สามารถนำไปผลิต เอทานอล ซึ่งนำไปใช้ในแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ หรือเจลล้างมือ เพื่อต่อสู้กับไวรัส COVID-19 และการผลิตแก็สโซฮอลซึ่งเป็นพลังงานเชื้อเพลิง

มันสำปะหลัง คาดการณ์ว่ามีปริมาณการผลิตหัวมันสดกว่า 29.4 ล้านตัน ซึ่งสามารถนำไปผลิตเป็นมันเส้น แป้งมัน มันอัดเม็ด และผลิตเอทานอล ได้ 11.7 ล้านตัน

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีกำลังการผลิตกว่า 4.93 ล้านตัน มีความต้องการใช้ประมาณ 8 ล้านตัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการนำเข้ามา เพราะเป็นต้นน้ำในการเลี้ยงสัตว์

อย่างไรก็ตาม นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก และยังประเมินไม่ได้ว่าจะทอดเวลายาวนานเท่าใด จึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารการผลิตภาคเกษตรกับการส่งออก จะต้องไม่ให้เกิดการขาดแคลน ตลอดจนปัญหาด้านแรงงานต่างด้าว ที่อาจขาดแคลนในกิจการประมงและภาคเกษตรอื่น ๆ รวมทั้งการขนส่ง ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นนี้ ต้องดูแลเป็นพิเศษ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้ใช้การบริหารและการบริการออนไลน์ ( Online platform) ในทุกหน่วยงานเพื่อบริการประชาชนรวมทั้งระบบการออกใบอนุญาตต่าง ๆ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการ มกอช. และมอบหมายให้ สศก. ติดตามวิเคราะห์สถานการณ์ภาคเกษตรกรรมอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น