สาวอีสานหนีเมืองกรุง กลับคืนบ้านเกิด ทำไร่ดอกขจร รายได้ต่อเดือนเฉียดแสน

ต้นขจร-ดอกขจร-กิงพันธุ์-มหาสารคาม

มหาสารคาม – สาวอีสานเบื่อชีวิตเมืองกรุง คืนถิ่นมหาสารคามบ้านเกิด พลิกผืนนาทำไร่ดอกขจรและขายกิ่งพันธุ์ออนไลน์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อเดือนเฉียดแสน

นางสาวขวัญกมล  บุติมนตรี อายุ 23 ปี  อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 47 บ้านดงเค็ง ต.บ่อใหญ่  อ.บรบือ จ.มหาสารคาม  เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ครั้งหนึ่งเคยทำงานในเมืองกรุงแล้วประสบปัญหาเงินเดือนไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ พยายามดิ้นรนอยู่นาน จนค้นพบว่า การบ้านเกิดเพื่อมาพัฒนาที่ดินทำกินที่พ่อแม่มีอยู่แต่ดั้งเดิม คือทางออกและช่วยพลิกพื้นความเป็นอยู่ให้มีกินมีใช้ และมีความสุขได้เป็นอย่างดี
ต้นขจร-ดอกขจร-กิงพันธุ์-มหาสารคาม
นางสาวขวัญกมล  บุติมนตรี เล่าว่า  เดิมตนเองเคยทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างที่อยู่มักมีปัญหาเรื่องค่าครองชีพสูง รายได้ต่อเดือนไม่พอค่าใช้จ่าย และห่างไกลจากบ้านเกิดและครอบครัว  ซึ่งตนเองอดทนทำงานจนพอเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด โดยก่อนนี้ได้ดูข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรจากสื่อโทรทัศน์ ที่ให้ความรู้ถึงดอกขจรที่สามารถเป็นทั้งพืชสวนครัว ปลูกง่าย ใช้เวลาเลี้ยงดูไม่นานก็เก็บกินได้ อีกทั้งยังยกระดับเป็นพืชเศรษฐกิจ ส่งขายสร้างรายได้อีกด้วย ตนจึงได้ศึกษาและกลับมาลองปลูกเล่น ๆ ที่บ้าน ในระยะแรกทดลองปลูกโดยซื้อกิ่งพันธุ์ปลูกในที่นามาไม่กี่ต้น ลองผิดลองถูกจนพอได้ผลผลิตดี จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกต้นดอกจรออกไปอีก โดยใช้พื้นที่ทำนาเดิมของที่บ้านที่เคยปล่อยทิ้งร้าง  เพราะประสบปัญหาข้าวไม่ค่อยได้ผลผลิตเท่าที่ควร จัดแจงแบ่งส่วนหนึ่งมาปลูกต้นขจรเก็บดอกขาย
ต้นขจร-ดอกขจร-กิงพันธุ์-มหาสารคาม
โดยตนได้แบ่งที่ดินทั้งหมดทำการเกษตรแบบผสมผสาน  ปลูก ต้นกล้วย ปลูกถั่ว  2 ไร่  ปลูกมันสำปะหลัง 5ไร่  และปลูกนาข้าวไว้กิน 8 ไร่ และขุดบ่อที่สามารถบรรจุน้ำได้ 2,861 ลบ.ม  ส่วนที่เหลือ 2 ไร่ ปลูกดอกขจร หรือดอกสลิด ภาษาถิ่นเรียกว่า ดอกขิก  ส่งขายให้กับแม่ค้าในตลาดสดในชุมชน ต่อมามีแม่ค้าสนใจสั่งซื้อเยอะขึ้น จนทำให้ตนกำลังขยายต้นดอกขจรอีก 2 ไร่
สำหรับดอกขจรนั้นชอบสภาพดินเป็นดินล้วนปนทราย  การเตรียมพื้นที่ปลูกต้องพรวนดินขุดหลุ่มยกแปลงสูงขึ้นประมาณ 5 ซม.  ขุดหลุมขนาด 2 คูณ 7 ใส่กิ่งพันธุ์หลุมละ3 ต้น จากนั้นทำการวางหลักไม่ไผ่สูง 1.50 เมตร ระยะห่าง 1 เมตร คูณ 1 เมตร ระยะห่างแต่ละแถวหรือแต่ละแปลงห่างกัน  1 เมตร  พร้อมกับวางตาข่ายให้สูงเท่ากับหลัก ไปจนสุดแปลงเพื่อให้ยอดขจรเลื้อย  แต่ละรอบใช้เวลาปลูก 3 เดือน   โดยจะใช้ปุ๋ยคอกบำรุงเป็นหลัก แต่ถ้าช่วงที่ยอดแตกจะใส่ปุ๋ย 15-15-15  แบ่งตามสัดส่วน  เมื่อถึงเวลาเก็บดอกจะเก็บในช่วงเช้าตั้งแต่ตีห้าไปจนถึงสิบโมงเช้า และเก็บดอกไปขายวันเว้นวัน แล้วแต่ดอกจะแก่ช่วงไหน โดยมีลูกค้าโทรสั่งซื้อและมารับที่บ้านครั้งละประมาณ 20 -30 กก.
ต้นขจร-ดอกขจร-กิงพันธุ์-มหาสารคาม
 นอกจากนี้ตนยังได้ขายกิ่งพันธุ์ให้ผู้สนใจนำไปทดลองปลูกด้วย โดยวิธีการเตรียมกิ่งพันธุ์ขายจะเริ่มจากนำแกลบลงในถุงดำเล็ก แล้วนำกิ่งดอกขจรทาน้ำยาเร่งรากแล้วใส่ถุงดำทิ้งไว้ 1 เดือน รากจะงอกจนสามารถนำไปปลูกที่แปลงได้เลย โดยจะขายกิ่งพร้อมปลูกในราคา 10 บาท แต่ถ้าขายเฉพาะกิ่งขายในราคา 4 บาท  จัดส่งด้วยการแพ็คใส่กล่องไปรษณีย์ส่งถึงมือลูกค้าภายในไม่กี่วัน ซึ่งส่วนมากจะมีลูกค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ สั่งซื้อผ่านทางบนเฟสบุ๊คและแอปพลิเคชั่นไลน์  และบางส่วนเป็นลูกค้าในตัวเมืองจังหวัดมหาสารคาม ทั้งนี้ปัจจุบันตนสามารถขายดอกขจรสดและกิ่งพันธุ์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวรวมแล้วถึงเดือนละเกือบ  1 แสนบาท ทำให้ทุกวันนี้แม้จะเหนื่อยแต่ตนก็มีความสุขอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างอบอุ่น ไม่ต้องจากบ้านเดินทางไปทำงานต่างถิ่นอีกต่อไป
ต้นขจร-ดอกขจร-กิงพันธุ์-มหาสารคาม ต้นขจร-ดอกขจร-กิงพันธุ์-มหาสารคาม

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดมหาสารคาม กดอ่านที่นี่