โควิค-19 กับเรื่องเล่าที่แชร์วน #saveItaly

โควิค-19 กับเรื่องที่เล่าแชร์วนกันไปในโลกโซเชียล โดยปกติแล้วผมไม่เห็นด้วยกับการลงบทความที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ลักษณะแชร์วนกันไปในไลน์ แต่เรื่องนี้อ่านแล้วต่อให้เป็นนิยาย 100% ก็ยังถือได้ว่ายังมีประโยชน์ต่อคนได้อ่านอยู่บ้าง ถ้าผู้ใดพบว่าต้นฉบับ เรื่องนี้เป็นของผู้ใด ก็ให้แจ้งมาได้เลยครับ

อ่านให้จบแล้วแชร์ออกไปครับ

ขอให้บ้านเรา #อย่าเป็นแบบอิตาลี

———————-

คุณไม่รู้หรอก… ว่า COVID-19 มันน่ากลัวแค่ไหน จนกว่าจะเกิดกับตัวเอง ##
(จดหมายถึงเพื่อนมนุษย์ จากประชาชนอิตาลีคนหนึ่ง)
เมื่อเช้ามืดเพื่อนของผมที่ต่างประเทศส่งเรื่องนี้มาให้อ่าน เป็นจดหมายบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอิตาลี เขาแยกแยะออกเป็น 6 Stage ด้วยกัน ซึ่งที่มันพีคคือ จากวันแรกที่พบผู้ป่วยติดเชื้อคนแรก ถึงปิดประเทศ ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ผมแปลมาให้อ่านข้างล่างครับ
===

ถ้าตอนนี้ยังออกไปเที่ยวชิวๆ ลั้ลลากับเพื่อนตามผับ ตามร้านอาหาร ทำเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ได้เวลาลืมตาตื่นได้แล้ว เราออกมาเตือนได้ เพราะเราเคยเป็นแบบนั้นเลย และอย่างที่คุณก็คงรู้ ตอนนี้ที่อิตาลีอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤติอย่างมาก สถานการณ์ทุกอย่างเลวร้าย มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละหลายพันคน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นวันละหลายร้อยคน

แต่ที่มันเลวร้ายกว่านั้นคือ… การได้เห็นว่าคนในประเทศอื่นทำตัวราวกับว่าสิ่งที่เรากำลังเจอจะไม่เกิดขึ้นกับพวกเขานี่ไม่ใช่เป็นการขู่หรือแช่งเรามาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่บ้าง

Stage 1

อ๋อ… พบคนติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในประเทศหรอ ไม่มีอะไรมั้ง มันก็คงเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปแหละ

อีกอย่าง เราก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอายุเกิน 75 นี่หว่า แข็งแรง ปลอดภัย สบายหายห่วง พวกตื่นตูมนี่มันตื่นได้โล่ห์จริงๆ ทำเป็นใส่หน้ากาก ทำเป็นตุนกระดาษทิชชู่ ฉันจะใช้ชีวิตเหมือนเดิม มันไม่มีอะไรต้องกังวล

Stage 2

เริ่มมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้น

ทางการประกาศ Red Zone เริ่มต้นกักกันเมืองเล็กๆ ที่พบผู้ติดเชื้อรายแรก และเริ่มพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ (22 กพ.)

อืม… เศร้าว่ะ เริ่มกังวลนิดหน่อย แต่กักกันกับปิดเมืองต้นเหตุไปแล้วนี่ คงไม่มีอะไรต้องกังวล

เฮ้ย… เริ่มมีคนเสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่เป็นคนแก่นี่ พวกสื่อนี่ก็รีบปั่นเลย พวกหิวยอดวิว ไร้จรรยาบรรณ พยายามทำให้คนแตกตื่นมองไปรอบตัวทุกคนก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติอยู่ เพราะงั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องหยุดออกไปลั้ลลา เจอเพื่อน สังสรรค์ เฮฮา ปาร์ตี้ ฉันไม่เป็นไรหรอก เอาอยู่

Stage 3

จำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเกือบสองเท่าในหนึ่งวัน มีรายงานผู้เสียชีวิตมากขึ้นด้วย

ทางการประกาศ Red Zone และเขตกักกันเพิ่มอีก 4 เขต

ตอนนี้ 25% ของประเทศถูกประกาศเป็นเขตกักกันแล้ว (7 มีค)

โรงเรียน และมหาวิทยาลัยในบริเวณ Red Zone ประกาศปิดเรียน แต่ธุรกิจ ห้างร้าน ร้านอาหาร บาร์ต่างๆ ยังคงเปิดอยู่ แต่ความซวยที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้น เมื่อหนังสือพิมพ์บางเจ้าได้ข่าวมาว่าจะมีการประกาศ Red Zone จึงรีบชิงป่าวประกาศก่อนเวลาอันควร ผลคือ คนกว่า 10,000 คนเร่งอพยพหนีออกจาก Red Zone คืนนั้นเลยเพื่อกระจายกลับบ้านในภูมิภาคต่างๆของประเทศ (เหตุการณ์นี้จะมีความสำคัญมากในภายหลัง)

ณ ตอนนี้ประชากรอีก 75% ยังคงชิวและใช้ชีวิตเหมือนเดิมอยู่ แม้จะมีการออกมาเตือนให้ล้างมือ, อย่าพยายามออกไปข้างนอก และอย่าชุมนุมเกิน 5 คน ทุกๆ 5 นาทีทาง TV แต่ก็เท่านั้น เพราะไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญจริงจัง

Stage 4

รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย โรงเรียน และมหาวิทยาลัยประกาศปิดทั่วประเทศอย่างน้อยหนึ่งเดือน ประเทศอิตาลีกำลังเผชิญกับวิกฤติโรคระบาดร้ายแรง โรงพยาบาลเริ่มรับคนไม่ไหว ถึงขั้นเคลียร์พื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ ทรัพยากรหมอ และพยาบาลมีไม่เพียงพอ ถึงขั้นต้องเกณฑ์หมอที่เกษียณไปแล้ว และนักศึกษาแพทย์ 2 ปีสุดท้ายมาช่วย ไม่มีคำว่า “ทำงานเป็นกะ” อีกต่อไป มันคือทำงานจนกว่าจะไม่ไหว และก็ยังต้องไหวแม้จะไม่ไหว แน่นอนว่า หมอและพยาบาลก็ติดเชื้อไปด้วย และนำเชื้อกลับไปติดครอบครัว 😭

เคสที่ต้องการเครื่องช่วยหายใจ, ปอดบวม และผู้ป่วย ICU เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีอุปกรณ์ และทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน…

ตอนนี้เหมือนอยู่ในสภาวะสงคราม…

หมอต้องเลือกรักษาเฉพาะเคสที่มีโอกาสรอดสูง และปล่อยคนที่โอกาสรอดน้อย…

นั่นแปลว่า ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยหนัก จะไม่ได้รับการรักษา

เพราะเคสผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 คือความสำคัญสูงสุด ณ ตอนนี้ และถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ทรัพยากรก็ยังไม่พอสำหรับทุกคนที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 อยู่ดี

เชื่อเถอะว่าผมอยากให้เรื่องที่เล่า เป็นภาพยนตร์ที่เพิ่งดูจบไป แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับอิตาลี

คนเสียชีวิตเพราะโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยไม่ไหวแล้ว

เพื่อนของผมคนหนึ่งเป็นหมอ โทรมาหาผมแบบสิ้นหวัง เพราะเพิ่งปล่อยให้ผู้ป่วยเสียชีวิตไป 3 ราย แบบทำอะไรไม่ได้ พยาบาลหลายต่อหลายคนร้องไห้ เพราะเห็นผู้ป่วยเสียชีวิตต่อหน้าในขณะที่พวกเขาทำได้เพียงให้ออกซิเจน ญาติของเพื่อนผมคนหนึ่งเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวาน เพราะรักษาไม่ทัน สิ่งที่เกิดขึ้น มันคือหายนะ ระบบทุกอย่างกำลังพังทลาย…

Stage 5

จำพวกส้นตีน 10,000 คนที่อพยพหนีเขตกักกันได้ไหม? เพราะพวกมันเลย ทางการเลยต้องประกาศให้ ทั้งประเทศเป็นเขตกักกันโรค (9 มีค) เป้าหมายคือ ชะลอการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสให้ได้มากที่สุด งานยังทำได้ ของออกไปซื้อได้ ร้านขายยาไปได้ ธุรกิจยังเปิดได้ตามปกติ ไม่งั้นเศรษฐกิจพัง ข้อแม้คือ ห้ามออกจากบ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ความกลัวเริ่มแผ่ขยายไปทั่ว คนเริ่มใส่หน้ากากกันเชื้อโรค ใส่ถุงมือ แต่ก็นะ… ยังมีคนกลุ่มใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นอมตะ ยังคงไปเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ไปร้านอาหาร ไปดื่ม ไปสังสรรค์

Stage 6

2 วันถัดจากนั้น… ประกาศปิดประเทศ!

ธุรกิจทุกอย่างปิดหมด ร้านอาหาร บาร์ ห้างสรรพสินค้า ปิดหมดเกลี้ยง เหลือเปิดแค่ Supermarket และร้านขายยา จะออกจากบ้านทีตอนนี้ต้องมีใบรับรองแพทย์จากทางการ ไม่งั้นห้ามออก จุดตรวจของทางการขึ้นเยอะมาก หากพบว่าออกจากบ้านโดยไม่มีใบรับรองจากทางการมีโทษปรับสูงถึง 10,000 บาท หากถูกจับและตรวจพบว่าติดเชื้อ คุณจะถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรมทันที มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 12 ปี

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม มันใช้เวลาแค่ 5 วันจาก Stage 3 ถึงตอนนี้… คุณไม่รู้จริงๆว่าคุณจะเจออะไร เพราะ 2 สัปดาห์ที่แล้วผมก็ไม่รู้… และไม่คิดด้วยว่าจะมีอะไร ไวรัสอย่างเดียวก็ร้ายแล้ว แต่ที่ร้ายยิ่งกว่าคือ ผลกระทบจากไวรัส มันเจ็บปวดที่เห็นประเทศต่างๆ ยังคงทำตัวเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่สามารถเรียนรู้จากเรา และลงมือทำบางอย่าง เพื่อปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชาติ

ได้โปรดเถอะ ถ้าคุณเห็นข้อความนี้ โปรดปกป้องตัวเอง วิกฤตินี้จะไม่หายไป ด้วยการทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ขอชื่นชมรัฐบาลของเราที่ในที่สุด (มรึง) ก็ทำอะไรดีๆกับเขาบ้าง จริงอยู่ที่ประกาศปิดประเทศมันร้ายแรง แต่เป็นวิธีเดียวที่จะควบคุมวิกฤตินี้ มันได้ผลที่จีน และมันกำลังได้ผลที่อิตาลี (ใน Red Zone แรก) นอกจากนั้นรัฐบาลยังช่วยสนับสนุน ด้วยการออกนโยบายพยุงธุรกิจที่ต้องปิดทำการในช่วงนี้ และผ่อนผันภาระค่าเช่าต่างๆ สุดท้ายนี้ ถ้าประเทศของคุณมีเคสผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว คุณอาจกำลังตามหลังเราอยู่ 2 อาทิตย์ มันกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ได้โปรดทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องตัวเอง และอย่าทำเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็นอะไร

อยู่บ้านซะ! ถ้าไม่มีเหตุจำเป็น

ที่มาบทความ : จากข้อความที่แชร์ในกลุ่มไลน์

 

❤️ถ้าคุณอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ได้ ผมก็ไม่อยากให้คุณตื่นตระหนกจนเกินเหตุ รัฐบาลประเทศไทย ก็ดำเนินการปกป้องพวกคุณแบบไทยไทยอยู่

❤️ดูแลตัวเอง กินร้อน ช้อนกู ถูสบู่ อยู่ห่างกัน ไม่จำเป็นอย่าไปโรงพยาบาล อย่าไปในที่มีคนชุมนุมกันอยู่เยอะๆ

❤️ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง อย่าได้มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนเลย

👍สุดท้ายไม่รู้จริงๆว่าบทความนี้เป็นของใคร ถ้าเจ้าของบทความต้องการให้ลงเครดิต ติดต่อมาได้เลยครับ👍

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดยะลา กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น