พลิกชีวิตนักร้องดังรองเท้าหน้าห้อง”สายัณห์ นิรันดร”ไม่เคยท้อหลังล้มป่วยเปิดร้านอาหารสู้ชีวิต

พลิกชีวิตนักร้องดังรองเท้าหน้าห้อง”สายัณห์ นิรันดร”ไม่เคยท้อหลังล้มป่วยเปิดร้านอาหารสู้ชีวิต

ชัยภูมิ – หลังต้องล้มลุกคลุกคลานมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ตัวเองต้องล้มป่อวยหนักไม่สามรถรับงานได้ และต้องกลับมาขออาศัยผ้าเหลืองบวชที่บ้านเกิด สึกออกมาครั้งนี้อีกครั้งจะไม่ยอมท้อชีวิตต้องสู้ พลิกชีวิตนักร้องลูกทุ่งดัง”สายัณห์  นิรันดร” เจ้าของผลเพลงในอดีตชื่อดัง ”ประตูห้องเช่ามีร้องเท้าสองคู่เคียงกัน คู่หนึ่งนั้นเป็นรองเท้าเธอพี่จำได้ดี อีกคู่หนึ่ง ไม่เคยเห็นเลยก่อนนี้ แปลกใจอะไรกันนี่ หน้าห้องน้องมีรองเท้าผู้ชาย”

ซึ่งเป็นบท เพลงรองเท้าหน้าห้อง‘ที่โด่งดังก้องฟ้าเมืองไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน หนุนให้สายัณห์ นิรันดร นักร้องหนุ่มหน้าซื่อชาวจังหวัดชัยภูมิ ขึ้นแท่นเป็นนักร้องขวัญใจมหาชนดังไปทั่วก้องฟ้าเมืองไทยจากนั้นมา  จนมีงานเดินสายโชว์ลูกคอทั้งในและต่างประเทศจนเจ้าภาพจองคิวไม่ขาดสาย และยังสร้างงานติดอยู่ในดวงใจผุ้ฟังมาต่อเนื่องเพลงอีกหลายผลงานเพลงที่ดังมาติดๆกันเช่น สุโขทัยระทม อกหักจากคาเฟ่ รักแท้แค่พี่ชาย จนได้รับความนิยมครองใจคอเพลงลูกทุ่งแท้ๆในยุคต้นๆ  มาจนถึงปัจจุบันนี้…

( 26 ส.ค.61 ) ซึ่งมาวันนี้ หลัง เจ้าของฉายาบทเพลงดังรายนี้ สายัณห์ นิรันดร (ชื่อจริง นายสมศักดิ์ ภู่มาก)ชื่อเล่นน้อย นักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชนในแนวเสียง ของสายัณห์ สัญญา ผู้ล่วงลับมีพื้นเพเป็นชาวอำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ ปัจจุบันอายุ 5 0ปี

ซึ่งมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงและแจ้งเกิดกับเขาจนโด่งดังทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงเมื่อปี พ.ศ.2535 นั่นคือ เพลงสุโขทัยระทม และตอกย้ำความสำเร็จด้วยบทเพลงสุดฮิต คือ รองเท้าหน้าห้อง จากปลายปากกาของ ครูสลา คุณวุฒิ  และมีผลงานออกมาต่อเนื่องกับ  ”ท็อปไลน์  มิวสิค” ค่ายเพลงต้นสังกัด   ก่อนถึงช่วงขาลง เพราะเริ่มเกิดปัญหาสุขภาพ มีโรครุมเร้าหลายอย่างตามมา จนไม่สามารถออกรับงานเพลงได้และต้องเงียบหายออกไปจากวงการเพลง และกระทั่งเมื่อปี2559 มีกระแสข่าวว่านักร้องคนดังตกอับไปขับวินมอเตอร์ไซค์เลี้ยงชีวิตและเปิดเพิงเล็กๆขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครกับครอบครัว

และล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็มีข่าวอีกครั้งว่า สายัณห์ นิรันดร ป่วยหนักต้องกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านเกิดถือว่าเป็นช่วงลำบากและเป็นช่วงขาลงสุดของชีวิตนักร้องชื่อก้อง และได้หันหน้าเข้าขออาศัยผ้าเหลืองบวชที่บ้านเกิดในอ.จัตุรัส ของจ.ชัยภูมิ หลังจากนั้นข่าวคราวของสายัณห์ นิรันดร ก็เงียบหายไป

จนกระทั่งล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบกับ อดีตนักร้องดังอีกครั้งหนึ่งโดยบังเอิญเขาพาร่างที่กร้านดำร่างกายค่อนข้างผ่ายผอมในวัย  50 ปี กำลังตำส้มตำให้บริการลูกค้าอยู่ภายในร้านส้มตำชื่อว่า ครัวอิสาน ริมถนนสาย 201 ช่วงจัตุรัส-หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งทุกคนยังแทบจำไม่ได้ ถ้าเขาไม่เข้าไปทักทาย และแนะนำตัวว่า คือสายัณห์  นิรันดร เจ้าของเสียงร้องบทเพลงดัง ร้องเท้าหน้าห้อง ที่เคยโด่งดังในอดีตเมื่อเกือบ20ปีที่ยังครองใจคนคอเพลงลูกทุ่งมาจนถึงวันนี้

โดย สายัณห์ นิรันดร หรือพี่น้อย บอกว่า หลังจากงานร้องเพลงลดน้อยลง  มีชีวิตค่อนข้างลำบากแต่ก็ไม่คิดยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตจึงไปขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่พักหนึ่งแต่ก็ต้องหยุดไปจึงไปหาที่เปิดเพิงร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในกทม. แต่ก็ไม่ประสพความสำเร็จอีก

จึงเดินทางกลับบ้านตั้งหลักช่วงแรกก็ทำไร่มันสำปะหลังเลี้ยงชีพ ที่บ้านเกิดใน  อ.จตุรัส  จ.ชัยภูมิ  ”กลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้วหลังได้บวชเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ไม่นานพอเริ่มมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ซึ่งก็ต้องสึกของมาดูแลครอบครัว และทำไร่มันสำปะหลัง ทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป  แม้สภาพร่างกายดูหม่นหมองไม่มีสง่าราศีเหมือนสมัยเป็นขวัญใจมหาชน

แต่พี่”น้อย” ยังยิ้มแย้มให้กับลูกค้าที่มาอุดหนุนและผู้คนที่พูดคุยด้วยได้อย่างสดใส  เหมือนโลกทั้งใบยังเต็มไปด้วยความสวยงาม  ”ผมทำใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้  เพราะไม่เคยยึดติดกับชื่อเสียง  ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง  เป็นคนธรรมดาที่มีใจรักร้องเพลง  พอกลับคืนสู่สามัญทุกอย่างก็เหมือนเดิม  เหมือนตอนที่เรายังเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดา” มันจะเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไร ชื่อเสียงเราไม่ได้มีมาแต่เกิด ที่ได้เพราะแฟนเพลงเขาให้ เราเป็นคนธรรมดา ไม่เครียดอะไรชีวิตจะขึ้นหรือลง ญาติพี่น้องเขาเข้าใจ”

ซึ่ง สายัณห์ นิรันดร เล่าต่อว่า บังเอิญได้พบและรู้จักกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่งได้กรุณาเมตตายกที่ดินให้ปลูกร้านขายส้มตำซึ่งตอนแรกก็ทำเพิงร้านเล็กๆขายส้มตำแต่ต่อมาผู้ใหญ่ท่านนี้ก็มาลงทุนก่อสร้างร้านให้ใหญ่ขึ้นหมดค่าก่อสร้างไปหลายแสนบาทโดยที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนและไม่คิดค่าเช่าที่ดินแม้แต่บาทเดียวซึ่งขณะนี้ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาทานที่ร้านครัวอิสานทั้งลูกค้าประจำและขาจร ที่ร้านมีส้มตำก๋วยเตี๋ยวอาหารตามสั่งและอาหารอีสานบริการทุกวันซึ่งถ้าวันไหนว่างๆไม่มีงานร้องเพลงหรือติดธุระตนเองก็จะมาตำส้มตำให้ลูกค้าทานกันตลอดไม่ให้ขาด บางคนก็จำได้บ้างก็จะให้ร้องเพลงให้ฟัง อย่างไรก็ตามพี่น้อยยอมรับว่า ในใจลึกๆ  ยังแอบหวังว่า  จะมีโอกาสได้ทำเพลงจริงจังอีกสักครั้ง  หากยังมีบุญมีวาสนา  อยากกลับมาจับไมค์เดินสายมอบความสุขให้มิตรรักแฟนเพลงเหมือนเดิมอีกครั้ง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่