เปิดภาพวงจรปิด ไอ้ต้อม ตัวแสบหนีใช้ปืนยิงหนุ่มเจ้าของรถจักรยานยนต์สาหัสชิงรถหลบหนี ถูกรวบตัวทันควัน

เปิดภาพวงจรปิด ไอ้ต้อม ตัวแสบหนีตำรวจใช้ปืนยิงหนุ่มเจ้าของรถจักรยานยนต์สาหัสชิงรถหลบหนี ถูกรวบตัวทันควัน พร้อมเจ้าหน้าที่นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตั้งแต่จุดกระชากทอง แล้ววิ่งหนีตำรวจ มาจนถึงจุดที่ยิงหนุ่มเจ้าของรถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนี และตอนโดนรวบตัว

ภาพวงจรปิดในขณะที่ นาย สุเทพ  หรือต้อม  จันทร์เทียม  อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาที่ตะเวนก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายหลายพื้นที่ วิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 โดยวิ่งย้อนศรมาที่ปากซอยหมู่บ้านไทยประกัน ในมือถืออาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38  โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 ถือปืนวิ่งไล่ตามมาติด ๆ และกล้องวงจรปิดอีกมุมที่หันเข้าซอยจับภาพผู้ต้องหารายนี้วิ่งเข้าซอยไปไม่ไกลก่อนจะปรี่เข้าไปหาผู้บาดเจ็บ คือ นาย วิทยา  เจริญพันธ์  อายุ 42 ปี ซึ่งนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์อยู่ข้างทาง นายสุเทพ ได้วิ่งเข้าไปใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่แขนกระสุนทะลุเข้าละตัว 1 นัด ได้บาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนที่นายสุเทพ ผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บหลบหนีไปตัดหน้ารถบรรทุกหกล้อจึงเสียหลักล้มกลางถนนจนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วิ่งไล่ตามมาและชาวบ้านช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้

ขณะที่ช่วงบ่ายของวันนี้ที่ 22 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.บางเสาธง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองด่าน ได้ร่วมกันคุมตัว นายสุเทพ ผู้ก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณใต้สะพานข้ามคลองด่าน  อำเภอบางบ่อ  สมุทรปราการ ก่อนจะคุมตัวมาทำแผนจุดที่ 2 ภายในซอยหมู่บ้านไทยประกัน เป็นจุดที่หลบหนีการจับกุมและใช้อาวุธปืนยิงผู้บาดเจ็บชิงรถจักรยานยนต์เพื่อขี่หลบหนี แต่ไปไม่รอด

ขณะเดียวกับที่ผู้เสียหายที่ถูกก่อเหตุบริเวณตลาดนัดเรือบิน พื้นที่ สภ.บางพลี ที่ทราบข่าวได้เดินทางมาดูหน้าผู้ต้องหาและอาวุธปืน พร้อมชี้ยืนยันว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกับที่ก่อเหตุใช้ปืนจี้ชิงสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 2 เส้น 6 สลึงของตนและน้องสาวไป

หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้รีบคุมตัวนายสุเทพ ผู้ก่อเหตุกลับโรงพัก สภ.บางเสาธง ทันที่เนื่องจากเกรงว่าจะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

จากการตรวจสอบประวัติของนายสุเทพ พบว่าเคยก่อเหตุมาอย่างโชกโชน หลังจากเพิ่งออกจากคุกมาได้เพียง 1 เดือนในคดียาเสพติด หลังพ้นโทษมาก็ร่วมกับเพื่อนที่ยังหลบหนี ใช้รถจักรยานยนต์ตระเวนขี่หาเหยื่อใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ตามท้องที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ สภ.บางเสาธง 2 ครั้ง พื้นที่ สภ.คลองด่าน  1 ครั้ง พื้นที่ สภ.บางพลี 1 ครั้ง และในพื้นที่ของนครบาล 5 อีกไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ขณะที่เจ้าตัวรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงและเมื่อได้ทรัพย์สินมาก็จะให้เพื่อนนำไปขายและนำเงินมาแบ่งกันเพื่อซื้อยาเสพติดและเที่ยวเตร่  ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ได้ก่อเหตุที่ตลาดนัดเรือบินในพื้นที่บางพลี ได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทพร้อมพระเลี่ยมทองไป 1 เส้น และในคืนเดียวกันยังได้มาก่อเหตุที่ตลาดใจโต พื้นที่ สภ.บางเสาธง ใช้ปืนจี้หัวชิงสร้อยทองหนัก 5 บาทพร้อมพระเลี่ยมทองไป จนกระทั่งในวันนี้ถูกตำรวจนครบาล 5 สืบสวนไล่ล่ามาจากนครบาลและมาจนมุมในพื้นที่  สภ.บางเสาธง ซึ่งผู้ก่อเหตุได้กระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนเป็นผู้ขับขี่มาและวิ่งเข้ามาในซอยดังกล่าวเห็นผู้บาดเจ็บนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ที่คากุญแจอยู่ จึงใช้ปืนจี้เพื่อชิงเอารถจักรยานยนต์ แต่ด้วยความรีบทำให้ปืนลั่นถูกเข้าที่แขนของผุ้บาดเจ็บจนทะลุลงไปกองอยู่กับพื้นถนน ตนจึงติดเครื่องรถและขี่ออกมาจะเลี้ยวกลับเข้าไปในซอยแต่มีรถบรรทุกหกล้อวิ่งมาเสียก่อน จึงทำให้เสียหลักล้มและถูกจับกุมได้ดังกล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่