อุกอาจผู้ต้องหาหนีการตรวจค้นชักปืนจ่อยิงหนุ่มจักรยานยนต์รับจ้างชิงรถหนีตำรวจ แต่ไม่รอดถูกรวบทันควัน

อุกอาจผู้ต้องหาหนีการตรวจค้น มาพบกับหนุ่มจักรยานยนต์รับจ้างที่กำลังนั่งรอแฟน ชักปืนยิงใส่ ก่อนจะชิงรถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนีตำรวจ แต่ไม่รอดถูกรวบทันควัน

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในซอยไทยประกัน 1 ถนนเทพารักษ์  กม. 21 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูและ เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ เดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบร่างของนายวิทยา  เจริญพันธ์  อายุ 42 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยหมู่บ้านไทยประกัน ที่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ลำตัว 1 นัด แขนซ้ายอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นถนน เจ้าหน้าที่มูลนิธิและหน่วยกู้ชีพ ได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางนา ส่วนผู้ก่อเหตุได้พยายามหลบหนีแต่ถูกชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวเอาไว้ทราบชื่อนายสุเทพ  จันทร์เทียม อายุ 35 ปี ได้พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 1 กระบอก ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพักเกรงว่าจะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรับแฟนสาวอยู่ใกล้บริเวณปากซอยดังกล่าว โดยนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ ระหว่างนั้นได้มีผู้ก่อเหตุได้วิ่งมาจากปากซอยเข้าก่อนชักปืนที่พกติดตัวมาจ่อยิงผู้บาดเจ็บ 2 นัด และชิงเอารถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บไปและชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน 5 นครบาล  ที่ไล่ตามผู้ก่อเหตุมาอย่างกระชั้นชิดและชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ช่วยกันจับกุมตัวนายสุเทพ ผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้พร้อมด้วยอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน 5 นครบาล ได้สืบสวนติดตามิดตามนายสุเทพ  ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด มาจากพื้นที่นครบาล จนกระทั่งมาพบตัวผู้ต้องหากำลังนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ขับขี่ ในพื้นที่ของตำบลบางเสาธง  จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งสองไหวตัวทันจึงเร่งเครื่องหลบหนีมาตามถนนเทพารักษ์ จนกระทั่งมาถึงใกล้เคียงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้รถปาดหน้ารถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุจนเสียหลักเกือบล้ม ทำให้นายสุเทพ ผู้ก่อเหตุซึ่งนั่งซ้อนท้ายมา ได้กระโดดลงจากรถและวิ่งหนี ส่วนคนขับได้ขี่รถหลบหนีไป ก่อนที่นายสุเทพ ผู้ก่อเหตุ จะวิ่งเข้ามาในซอยดังกล่าว เห็นผู้บาดเจ็บนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์โดยมีกุญแจเสียบคาอยู่ที่รถ ผู้ก่อนเหตุจึงชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาจ่อยิงที่แขนและท้องของผู้บาดเจ็บก่อนชิงรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บขี่หลบหนีไป และขี่ไปชนกับรถชาวบ้านในละแวกดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงได้ตามจับกุมตัวเอาไว้ได้  และจากการตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุพบว่ามีคดีติดตัวเพียบ โดยในปี 2556 ถูกดำเนินคดีครอบครองเพื่อจำหน่ายที่ สน.พระโขนง และใน ปี 2554 ถูกดำเนินคดีข้อหาวิ่งราวทรัพย์ที่ สน.ประเวศ   ปี 2552 ถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติดที่ สน.อุดมสุข และล่าสุดมีผู้เสียหาย ที่ถูกผู้ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวจี้ชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ไปเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา เหตุเกิดที่บริเวณตลาดใจโต พื้นที่อำเภอบางเสาธง สมุทรปราการ ซึ่งในวันเดียวกันผู้ก่อเหตุ ยังได้ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ตลาดเรือบินในพื้นที่อำเภอบางพลี มาก่อนแล้ว โดยใช้อาวุธปืนตบหน้าผู้เสียหาย ก่อนที่จะมาก่อเหตุกับตนที่ตลาดใจโต ซึ่งตนจำได้แม่นว่าคนร้ายรายนี้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกับที่จี้ชิงทรัพย์ของตนไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายสาหัส และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนควบคมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดี และเตรียมสอบสวนขยายผลว่าเคยก่อเหตุในพื้นที่ไหนมาบ้าง หากพบว่ามีการกระทำผิด จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่างกรรมต่างวาระ

ขอบคุณภาพ : บางส่วนตอนเข้าช่วยคนเจ็บจาก fb. คุณแมนกู้ชีพ และภาพตอนจับ จาก fb. Amm Pps

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่