ผอ.สถานีอุตุเผยปี “17” สกลนครครองสถิติหนาวสุด!! -1.4 องศา

ผอ.สถานีอุตุเผยปี “17” สกลนครครองสถิติหนาวสุด!! -1.4 องศา

สกลนครคลองสถิติ หนาวสุด ในประเทศไทย วันที่ 19 ธ.ค. 2560 นายธีระ บุญนาคสีชัย ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสกลนคร ระบุถึงสถานการณ์ภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดสกลนคร

หนาวสุด  จากอิทธิพลมวลอากาศเย็นกําลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. เป็นต้นมา ส่งผลให้จังหวัดสกลนครอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องโดยจะหนาวที่สุดคืนวานกับวันนี้โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาสกลนครซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์ราชการจังหวัด เขตเทศบาลนครสกลนคร  คืนที่ผ่านมาวัดได้ต่ำสุด 8.8 องศา ถือเป็น สถิติหนาวสุด ของฤดูหนาวปีนี้ จนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 60

ในส่วนของสถานอุตุนิยมวิทยาด้านการเกษตรซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพานใกล้กับพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ วัดได้ 6 องศา เพราะฉะนั้นที่เขาภูพานซึ่งเป็นที่สูงอุณหภูมิจะเฉลี่ยอยู่ที่ 4 องศา และมีประชาชนบนเขาได้แจ้งเข้ามาแล้วว่าพบแม่คะนิ้งขึ้นประปราย และค่ำคืนนี้คาดว่าอุณหภูมิจะอยู่ในระดับเดียวกันที่ 8 องศา  จากนั้นอุณหภูมิจะเริ่มอุ่นขึ้นเป็นลำดับไปจนถึงช่วงเทศกาลคริสต์มาสแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่หนาวเย็นอยู่

นอกจากนี้จังหวัดสกลนครโดยสถานีอุตุภาคการเกษตรเชิงเขาภูพานเคยตรวจวัดอุณหภูมิเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2517 วัดได้ -1.4 องศา  และเป็นสถิติอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทยในการตรวจวัดระดับภาคพื้น จากสถานีตรวจอากาศที่จะกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งนี้จะไม่นับการตรวจวัดที่บริเวณยอดเขาสูงต่างๆ เพราะที่สูงอากาศย่อมจะหนาวเย็นกว่าพื้นราบเสมอ

และวันดังกล่าวพบว่าภาชนะใส่น้ำทั่วเมืองสกลนครมีน้ำแข็งเกาะบางๆ และเกิดปรากฎการณ์น้ำค้างแข็งทั่วจังหวัด อย่างไรก็ดีด้วยอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้จึงฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยในบริเวณเขาสูง ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 2-4 องศา ถือว่าหนาวจัด เป็นอันตรายต่อสุขภาพและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่มีเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมบ้านเรือนทีมิดชิด

เว็บไซต์พยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ภัยจากอากาศหนาว  คือ ภัยที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่หนาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา และลงอย่างต่อเนื่องจนประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและกว้างขวาง เกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

1.ผลกระทบต่อสุขภาพหากอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างเฉียบพลันอาจทำให้เกิดโรนคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

2.ผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรหากมีหมอกลงจัดอาจทำให้ช่อดอกของไม้ผลร่วงหล่นหรือไม่ออกดอกตามกำหนด อีกยังอาจเกิดเกิดเชื้อราได้ และหากเกิดปรากฎการณ์น้ำค้างแข็งจะทำให้พืชผักเสียหายชะงักการเจริญเติบโต ยกเว้นผลไม้เมืองหนาว

3.ผลกระทบต่อปศุสัตว์ ประมง และสัตว์เลี้ยงของเกษตรอาจเกิดเจ็บป่วยและล้มตายเมื่ออุณหภูมิลดลงอย่างฉับพลัน

4.ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีสถิติการเกิดอัคคีภัยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอากาศแห้ง ความชื้นต่ำ ลมแรง หากเกิดอัคคีภัยอาจลุกลามอย่างรวดเร็ว และสกัดกั้นยาก ทำให้บ้านเรือนและสิ่งของประชาชนได้รับความเสียหาย หรืออาจเสียชีวิตได้

สิ่งที่ประชาชนควรปฏิบัติตนเมื่อเข้าสู่สภาวะอากาศหนาวเย็น

1.หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับเตรียมเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันความหนาวเย็น

2.เกษตรควรเตรียมความพร้อมในการป้องกันพืชผลทางการเกษตรซึ่งหากเป็นพืชผักควรจัดเตรียมโรงเรือนหรือกางมุ้งผัก หรืออาจมีวัสดุคลุมแปลงปลูก เพื่อลดผลกระทบจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลง หากเป็นไม้ผลควรหมั่นรดน้ำให้ถี่ขึ้น การให้ปุ๋ยต้องทำด้วยความระมัดระวังหากให้ปุ๋ยมากเกินไปอาจทำให้เกิดดินเค็มได้

3.เกษตรกรควรเตรียมอาหารและน้ำให้เพียงพอต่อสัตว์เลี้ยง รวมทั้งเตรียมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันความหนาวเพื่อให้สัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพแข็งแรง

4.หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟภายในบ้าน หากชำรุดต้องซ่อมแซมให้มีสภาพปลอดภัย เมื่อเลิกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องถอดปลั๊กทุกครั้ง ปิดแก๊สและวาล์วทุกครั้งหลังไม่ใช้งาน อย่าจุดธูปเทียนบูชาพระทิ้งไว้ ควรอุปกรณ์ดับเพลิงไว้ประจำบ้าน จดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เพื่อขอความช่วยเหลือหากเกิดเพลิงไหม้รุนแรง

เมื่อทราบถึงเหตุที่อาจได้รับผลกระทบจากภัยหนาวและวิธีการป้องกันแล้ว ประชาชนต้องเตรียมพร้อมดูแลตนเองก่อน มีสติและไม่ประมาท

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสกลนคร กดอ่านที่นี่