พล.ต.อ.ศรีวราห์ ลงใต้ติดตามคดีอุกฉกรรจ์ พบเคสยิง 5 ศพ อ.บันนังสตา ขัดแย้งยาเสพติด

“ศรีวราห์” ลงพื้นที่ยะลา ตรวจติดตามความคืบหน้าคดีเหตุลอบยิง 5 ศพที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และเหตุยิงชาวบ้านร่อนทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส


เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 เวลา 11.50 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีความมั่นคง โดยสืบเนื่องจากที่เกิดเหตุการณ์ที่คนร้ายได้ก่อเหตุความไม่สงบพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ทั้งที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส โดยคดีดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนขวัญต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่


โดยคดีแรกที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.61 เวลา 00.55 น. มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิงประชาชน ที่บ้านเลขที่ 228 ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 5 คน ซึ่งคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวน สภ.บันนังสตา ได้ดำเนินการตามหมายศาลคดีอาญาที่ 88/2561 ลงวันที่ 11 มิ.ย.61 และทางเจ้าหน้าที่ได้ อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2547 และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ติดตามจับกุมและเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาควบคุมตัวไว้ จำนวน 5 ราย เพื่อซักถามปากคำที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า คือ นายซูกรี มูเซะ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา นายมัสสัน เจะดือเระ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.8 ม.8 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา นายแวอาแซ แวยูโซะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164/2 ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา นายสาแปอิง สะเตาะ อายุ 39 ปs อยู่บ้านเลขที่ 155/2 ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และนายอับดุลเล๊าะ มะสาเม๊าะ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158 ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบปากคำซักถาม ซึ่งผลของการซักถามเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี พนักงานสอบสวนจึงได้สืบสวน สอบสวน รวบรวม พยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่ามีผู้กระทำความผิด และได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลจังหวัดยะลาออก หมายจับ โดยศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา ดังนี้ นายนอร์ดิน หะยีอาซา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่228/2 ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หมายจับที่ จ.339/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายฮำดี มูเซะ อายุ 34 ปีอยู่บ้านเลขที่ 62 ม.9 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หมายจับที่ จ.340/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายสาแปอิง สะเตาะ หมายจับที่ จ.341/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายอับดุลเล๊าะ มะสาเม๊าะ หมายจับที่ จ.342/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายตุรมีซี มะลาเฮง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่152/1 ม.9 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หมายจับที่ จ.343/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายอาหะมะ บือแน อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 401 ม.8 ม.8 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา หมายจับที่ จ.344/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายอุสมาน หะมิดง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่62 ม.9 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หมายจับที่ จ.345/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายมัสสัน เจะดือเระ หมายจับที่ จ.346/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายแวอาแซ แวยูโซะ หมายจับที่ จ.347/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61และนายซูกรี มูเซะ หมายจับที่ จ.348/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 รวมจำนวน 10 คน ในคดีดังกล่าวนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวตามหมายจับได้แล้วจำนวน 5 ราย ที่เหลือยังคงเร่งติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาในความผิดฐาน“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็น ซ่องโจร ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้โดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้านโดยผิดกฎหมาย”


คดีที่ 2.ในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.61 เวลากลางวัน มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิงประชาชนที่เข้าไป ร่อนทองบริเวณป่าสวนยางพาราริมแม่น้ำสายบุรี ม.5 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 4 คน คดีดังกล่าวนี้ พนักงานสอบสวน สภ.สุคิริน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 142/2561 ลงวันที่ 7 มิ.ย.61 ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2547 และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ติดตามและเชิญตัวผู้ต้องสงสัย คือ นายอัมรี เจ๊ะฮะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240 ม.7 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส นายฮามิ เจะเงาะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236/9 ม.7 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส มาควบคุมตัวไว้เพื่อซักถาม สอบปากคำซึ่งผลการซักถามเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีพนักงานสอบสวนจึงได้สืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว้ามีผู้กระทำความผิด และได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลจังหวัด นราธิวาส ออกหมายจับโดยศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา ดังนี้ นายอัมรี เจ๊ะฮะ หมายจับที่ จ.407/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายฮามิ เจะเงาะ หมายจับที่ จ.408/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายยะยา เปาะแต อายุ 35 ปี เป็นบุคคลในทะเบียนบ้านกลาง ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.409/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายอัลฮาบีบ เจ๊ะตู อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.1 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.410/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายอาหะมะ ดาโอ๊ะ อายุ 26 ปs อยู่บ้านเลขที่ 240 ม.7 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.411/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายแวราอง เจ๊ะอูมา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 ม.10 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.412/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 รวม 6 คน ในความผิดฐาน “ร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต, สะสมกำลังพลหรืออาวุธ หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้ายหรือสนับสนุนการก่อการร้าย, อั้งยี่, ซ/องโจร, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออก ใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, พาอาวุธ(ปืน) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดย ไม่ได้รับอนุญาตและมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์” ซึ่งคดีดังกล่าวนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 2 ราย ส่วนที่เหลือยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการติดตามจับกุมตัวมารับโทษตามกฎหมาย และเหตุการณ์ เมื่อวันที่21 มิ.ย.61 เวลากลางวัน ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.7 บก.ทล. ได้ตั้งจุด ตรวจจุดสกัด บริเวณ ถ.ตากใบ-สุไหงโก-ลก ม.5 ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้ตรวจค้นรถกระบะ ยี่ห้อ อีซุซุ หมายเลขทะเบียน บท 2788 ปัตตานี ซึ่งมีนายซานูซี ยาแต อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ม.10 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นคนขับ และมีนายอับดุลอาซิ สามะ โดยสารมาด้วย ผลการตรวจค้นพบ ลูกระเบิดแสวงเครื่อง แบบขว้าง 41 ลูก, อุปกรณ์วงจรระเบิด 39 ชุด และเครื่องวิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง ซึ่งระหว่างตรวจค้น นายอับดุลอาซิ ผู้โดยสาร ได้วิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตากใบ ส่วนตัวนาย ซานูซี เจ้าหน้าที่ทหารได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2547 ควบคุมตัวไว้เพื่อซักถามปากคำโดยคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 259/2561 ลงวันที่ 21 มิ.ย.61 ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัว นายซานูซี มามอบให้พนักงานสอบสวน และได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันก่อการร้ายฯ” และสอบสวนปากคำ พร้อมส่งตัวฝาก ขังต่อศาลจังหวัดนราธิวาส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ซึ่งจากการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าในคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมกระทำ ความผิดเพิ่มเติม จึงได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลจังหวัดนราธิวาสออกหมายจับ โดยศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา เพิ่มเติมคือ นายอับดุลอาซิ สามะ อายุ21 ปี อยู่บ้านเลขที่133 ม.1 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หมายจับที่ 320/2561 ลงวันที่ 25 มิ.ย.61 นายอับดุลรอฮิม มูแย อายุ22 ปี อยู่บ้านเลขที่37 ม.10 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หมายจับที่ 394/2561 ลงวันที่ 25 ก.ค.61 นายอับดุลมาน๊ะ อูเซ็ง อายุ35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ม.4 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.413/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายซาฮารี ปลูแว อายุ 33 ปี เป็นบุคคลในทะเบียนบ้านกลาง ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.414/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61นายเตาฟิก โต๊ะเล๊าะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.415/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 นายอำรัน มิง อายุ 36 ปี เป็นบุคคลในทะเบียนบ้านกลาง ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หมายจับที่ จ.416/2561 ลงวันที่ 2 ส.ค.61 รวม 6 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันสนับสนุนหรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้, อั้งยี่ซ่องโจร, นำเข้ามา ทำ มี ใช้ ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่า ฝืนต่อกฎหมาย, มีเครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต


ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหา จำนวน 7 คน ประกอบด้วย ผู้ต้องหาของ ภูธรจังหวัดยะลา คือ นายซูกรี, นายมัสสัน, นายแวอาแซ, นายสาแปอิง, นายอับดุลเล๊าะ รวม 5 คน และผู้ต้องหาของ ภูธรจังหวัดนราธิวาส คือ นายอัมรีและ นายฮามิรวม 2 คน มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน พล.ต.อ.ศรีวราห์, พล.ต.ท.มนู พร้อมคณะ และ พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท, พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบช.ภ.9, พ.อ.กิตติ์พิพัฒน์ บุณยฤทธิ์ รอง ผบ.ฉก.ยะลา, นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา, พล.ต.ต.กฤษดา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.ยะลา, พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้ร่วมกันรับมอบตัวผู้ต้องหาและจัดให้มีพยานเข้าทำการชี้ตัวผู้ต้องหา และได้ดำเนินการให้มี ร.ต.ท.หญิง จุฑามาส เกียรตินฤมล แพทย์จาก รพ.ยะลาสิริรัตน์รักษ์ ตรวจสภาพร่างกายผู้ต้องหา และมีนายสุทธิ ชูเลิศ, นายเดชศักดิ์พิมพ์ เสนศรีทนายจากสภาทนายความประจำ จ.ยะลา พร้อม นายราเชษฐ์ ใบระหมาน ตัวแทน ผู้นำศาสนาโต๊ะอิหม่ามจากมัสยิดแมะตือเมาะ ร่วมฟังการสอบสวน ได้แสดงหมายจับและแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบ และจะได้ส่ง ตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า การดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมาย โดยคดีในพื้นที่ จ.ยะลา ที่มีเหตุกราดยิงชาวบ้านเสียชีวิตจำนวน 5 ราย จากการสอบสวนสืบสวนแล้วพบว่า เป็นเหตุความขัดแย้งส่วนตัวในเรื่องยาเสพติด โดยกลุ่มคนร้ายได้อาศัย กลุ่มผู้ก่อเหตุในคดีความมั่นคงลงมือก่อเหตุในคดีดังกล่าวด้วย ขณะที่เหตุกราดยิงชาวบ้านร่อนทองที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส นั้น มีความชัดเจนว่า เป็นการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย หรือกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ โดยเชื่อว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตได้ไปพบเจอกลุ่มคนร้าย จนทำให้กลุ่มคนร้ายต้องลงมือก่อเหตุดังกล่าว ในส่วนของคดีการลักลอบขนวัตถุระเบิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมไว้ได้นั้น ยืนยันแน่ชัดว่าระเบิดดังกล่าว มีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่อย่างไรก็ตามได้มีการประสานขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อติดตามแหล่งที่มาแล้ว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดยะลา กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น