กาฬสินธุ์เร่งดับไฟป่าภูสิงห์ลามไหม้วัด

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลสหัสขันธ์ นำรถดับเพลิงเข้าฉีดสกัดไฟป่าบนเขาภูสิงห์ที่กำลังจะลุกลามเข้ามาภายในบริเวณวัด เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากคนจุดไฟเผาเพื่อที่จะให้อาหารป่าเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน และเก็บของป่าง่ายขึ้น

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ฝ่ายปกครองอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลสหัสขันธ์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นำรถดับเพลิงเข้าฉีดน้ำสกัดไฟป่าบนเขาภูสิงห์บริเวณสำนักสงฆ์ภูเป้ง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังจากไฟป่ากำลังจะลุกลามเข้ามายังบริเวณวัดสำนักสงฆ์


โดยปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากที่เกิดเหตุอยู่บนเขา ประกอบสภาพอากาศที่ร้อน มีต้นไม้ หญ้า และใบไม้แห้งจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทำให้ไฟลุกลามไหม้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทำได้เพียงฉีดน้ำสกัดเปลวไฟไม่ให้ลุกลามเข้ามายังสำนักสงฆ์และบ้านเรือนของประชาชนเท่านั้น เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงมีน้อย
อย่างไรก็ตามสำหรับบริเวณเขาภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟป่าขึ้นหลายครั้ง จนเกือบที่จะลุกลามเข้ามาภายในวัดพุทธาวาสหรือวัดภูสิงห์ และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาไฟป่าได้ลุกลามเข้ามาจนถึงกุฏิภายในวัดภูน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็สามารถหน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์ หน่วยกู้ภัยสว่างกาฬสินธุ์ หน่วยกู้ภัยเอ็งเต๊กตึ้งสหัสขันธ์ และเจ้าหน้าที่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยกันฉีดน้ำสกัดดับไฟป่าไว้ได้ทันก่อนที่จะมีทรัพย์สินเสียหาย

ทั้งนี้สาเหตุเบื้องต้นของการเกิดไฟป่าครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการจุดไฟเผาป่าของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อที่จะให้อาหารป่าเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน และเก็บของป่าง่ายขึ้น โดยเฉพาะผักหวาน หน่อไม้ และเห็ด เพราะพื้นที่ป่ารกของป่าหายาก และอาจจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรืออาจจะมีสะเก็ดไฟจากการเผาทุ่งหญ้าลามมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือไปยังประชาชนอย่าได้เผาป่า เพราะนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศแล้ว ยังก่อเหตุปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 สร้างมลพิษเป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น