ไฟไหม้กุฏิพระอายุไม้สักกว่าร้อยปีวอดทั้งหลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เกิดเหตุไฟไหม้กุฏิพระอายุไม้สักกว่าร้อยปี ภายในวัดกลางวรวิหาร วอดทั้งหลัง คาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2561 ร.ต.อ.อมรเทพ สุขันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้กุฏิพระ ภายในวัดกลางวรวิหาร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและรถดับเพลิงเทศบาลนครสมุทรปราการและเทศบาลใกล้เคียงกว่า 10 คันเดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นวัดของเจ้าคณะจังหวัดซึ่งตั่งอยู่กลางตลาดปากน้ำและเป็นพระอารามหลวง ได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระ 2 ชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ ชั้นบนเป็นไม้สัก ชั้นล่างเป็นปูนพบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงที่กุฏิหลังดังกล่าวทั้ง 2 ชั้นโดยมีพระและชาวบ้านได้ช่วยกันเอาถังตักน้ำพยายามมาสาดเพื่อดับไฟ แต่ไม่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้กุฏิหลังดังกล่าววอดหมดทั้งหลัง

จากการสอบถามพระมหาประเสริฐมหานาโค ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด ได้เล่าว่า กุฏิหลังดังกล่าวเป็นกุฏิเก่าแก่มีอายุกว่าร้อยกว่าปี ที่สร้างด้วยไม้สัก เดิมเป็นกุฏิชั้นเดียวยกพื้นสูง แต่ต่อมาได้มีการต่อเติมปิดผนังชั้นล่างกั้นเป็นห้องโดยก่อด้วยปูนมีพระจำวัดอยู่ที่กุฏิหลังดังกล่าวจำนวน 5 รูป ที่ผ่านมา ทางท่านเจ้าอาวาสจะสั่งกำชับพระที่จำวัดอยู่ที่กุฏิดังกล่าวให้ระวังเรื่องการจุดธูปเทียนไหว้พระในกุฏิเสมอเนื่องจากเป็นกุฏิเก่าที่สร้างด้วยไม้สักอายุกว่าร้อยปี  โดยก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 04.00 พระทุกรูปได้ลงมาทำวัตรเช้าที่โบสถ์กันหมดทั้งวัดไม่มีใครพักในกุฏิ หลังจากที่พระทุกรูปกำลังสวดมนต์ทำวัตรเช้ากันได้ประมาณครึ่งชั่วโมง อาตมาสังเกตเห็นแสงเพลิงของไฟที่กำลังลุกไหม้กุฏิดังกล่าว จึงพร้อมด้วยพระลูกวัดพากันออกจากโบสถ์และช่วยกันเอาถังตักน้ำไปสาดเพื่อสกัดเพลิง แต่ไม่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้ จึงโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่ทันเพลิงได้ลุกโหมอย่างรุนแรงจนกุฏิดังกล่าววอดหมดทั้งหลัง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามจะได้นิมนต์พระลูกวัดที่จำวัดอยู่ที่กุฏิดังกล่าวทั้ง 5 รูปมาทำการสอบปากคำ อีกครั้ง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น