แถลงจับโครงการปลูก”อินทผาลัม”อ้าง UN ฐานฉ้อโกงเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ

อินทผาลัม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พ.อ.สุภัทร ชูตินันท์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ และนายสมรัก ภูเดช เกษตรจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันแถลงข่าว เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อขบวนการตุ๋นชาวบ้านให้เข้าร่วมโครงการปลูกอินทผาลัม โดยการสนับสนุนเงินจากองค์การสหประชาชาติหรือUN รายละ 1.3 ล้านบาทต่อคนซึ่งไม่เป็นความจริงแต่ประการใดฉ้อโกงประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อต้นปี 2560 นายบพิตร โชติชัย “ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพลังเกษตรดีครบวงจร”พร้อมคณะได้เริ่มชักชวนชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ประมาณ 80,000 คนและจังหวัดใกล้เคียงได้แก่หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี เลยและขอนแก่น ได้สมาชิกจำนวน 200,000 คนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการปลูกต้นอินทผาลัมโดยอ้างว่าองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น (UN) จะสนับสนุนเงินทุนให้กับสมาชิกกลุ่มแบบไม่ต้องส่งเงินต้นและดอกเบี้ยคืน โดยผู้สมัครสมาชิกจะต้องมีที่ดินจำนวน 3 ไร่สามารถปลูกอินทผาลัมได้ไร่ละ 30 ต้นและสมาชิกจะต้องซื้อต้นกล้าอินทผาลัมต้นละ 300 บาทและจ่ายค่าดำเนินการอีกคนละ 200 บาท ซึ่งสมาชิกจะได้รับผลตอบแทนคนละ 1,300,000 บาท จากองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น (UN)อ้าง UNจังหวัดบึงกาฬถึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) แล้วได้รับการยืนยันว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนเงินทุนแก่ ”วิสาหกิจชุมชนพลังเกษตรดีครบวงจร”หรือเอกชนรายใดๆ แต่อย่างไร  นอกจากนั้นสำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬได้ตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปลูกอินทผาลัมปรากฏว่าไม่มีการส่งเสริมการปลูกจากภาครัฐแต่อย่างใด และการตรวจสอบการจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจดังกล่าวปรากฏว่าไม่ถูกต้องตามระเบียบ จึงได้เพิกถอนทะเบียนกลุ่ม”วิสาหกิจชุมชนพลังเกษตรดีครบวงจร”แล้วแถลงข่าวต่อมานายพิสิษฐ์ แร่ทอง นายอำเภอเซกาได้รับมอบหมายจาก ผวจ.บึงกาฬ ให้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ป่งไฮ อ.เซกา จ.บึงกาฬ พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานนำหมายค้นศาลจังหวัดบึงกาฬ เลขที่19/2561 และหมายจับศาลจังหวัดบึงกาฬ เลขที่ 58/2 561 ลงวันที่ 12 ก.ค.61 เพื่อเข้าตรวจค้นและจับกุม ตัว นายบพิตร โชคชัย อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 11 บ้านคำบอนใต้ ต.น้ำตาล อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน แต่ไม่พบตัวนายบพิตรเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดหลักฐานที่เกี่ยวข้องทางคดีซึ่งเป็นหลักฐานประกอบการสอบสวน ประกอบด้วยเอกสารรายชื่อผู้นำกลุ่มต่างๆ และรายชื่อสมาชิกจำนวน 4 กล่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 ชุดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยี่ห้อ Acer 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยี่ห้อ BENQ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กยี่ห้อ Apple Macbook 1เครื่อง คอมพิวเตอร์ยี่โน้ตบุ๊กห้อ HP 1 เครื่อง เครื่องปริ้นยี่ห้อ Canon MP 1 เครื่องป้ายไวนิลผู้บริหารกลุ่มจำนวน 1 แผ่นถึงยึดไว้เป็นของกลาง ต่อมานายบพิตร ได้ติดต่อเข้ามอบตัวที่ สภ.ป่งไฮ เพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินการทางกฎหมาย จากนั้นจึงใช้หลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลเป็นวงเงิน 90,000 บาท ซึ่งศาลได้ให้ประกันตัวและนัดไต่สวนรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 6 ก.ย. 61แต่ต่อมานายบพิตร โชติชัย ได้จัดประชุมแกนนำสมาชิกเครือข่ายกลุ่มพลังเกษตรดีครบวงจรทั้ง 6 จังหวัดเพื่อชี้แจงนโยบายของกลุ่มและความคืบหน้าการดำเนินการของโครงการมีแกนนำสมาชิกจากบึงกาฬ นครพนม สกลนครกาฬสินธุ์ หนองคายและอุดรธานี เข้าร่วมประชุมประมาณ 400 คน ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีการใช้เชือกฟางกั้นเขตพื้นที่การประชุมเพื่อคัดกรองผู้เข้าร่วมประชุมโดยการลงทะเบียนและต้องติดสติ๊กเกอร์ถึงจะเข้าร่วมประชุมได้ มติที่ประชุมแจ้งว่า เมื่อมาแค่นี้ก็รับเป็นสมาชิก 2 โครงการคือ การปลูกอินทผาลัม และการปลูกไม้พะยุง ซึ่งจะมีเงินสนับสนุนช่วยเหลือชุดแรกแก่สมาชิกจำนวน 50 ล้านบาท พร้อมทั้งได้แจ้งในที่ประชุมว่าจะได้รับเงินภายใน 120 วันหรือหากการดำเนินการทางธุรการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมาชิกจะได้รับเงินเร็วขึ้นภายใน 15 วันหรืออย่างเร็วสุดก็จะเป็น 5 วัน นายบพิตรยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าตนกำลังดำเนินการทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตเพื่อเดินทางไปประสานงานที่ต่างประเทศเพื่อหาเงินมาสนับสนุนโครงการนายนิรัตน์ ผวจ. ได้แถลงว่ารัฐบาลได้มีโครงการช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนจำนวนมาก โดยผ่านการลงไปพบพี่น้องประชาชนทุกส่วนราชการทุกอำเภอและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โครงการที่มาแปลกๆ ของฟรี ของถูก ได้กำไรสูงๆ ในการลงทุนระยะสั้นๆ ไม่มีในโลกนี้นะครับ มันจะต้องสมเหตุสมผล อะไรที่มาโฆษณาชวนเชื่อไม่สมเหตุสมผลหรือ มันยากต่อความที่จะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติจริงที่จะทำรายงานขนาดนั้น ลงทุน 200  บาทจะได้ถึง 1 ล้านบาท ในฐานะผู้ว่าการจังหวัดบึงกาฬ ขอเรียนว่าไม่มีอยู่จริงในโลกนี้อย่างแน่นอนขอให้พี่น้องประชาชนชาวบึงกาฬให้ความสนใจในสิ่งที่ภาครัฐกำลังลงไปและให้ความช่วยเหลือในการส่งเสริมอาชีพสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพสร้างรายได้เพิ่ม เป็นเหตุเป็นผลและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ แล้วเราก็จะดูแลท่านตลอดเส้นทางขายผลผลิตหรือสินค้าที่เราแนะนำได้มีตลาดรองรับ อย่าไปหลงเชื่อคนที่เขาคิดไม่ดีต่อท่านเอารายได้สูงๆ เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติมากล่าวอ้าง ถ้าพบพฤติกรรมแบบนี้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทุกที่ทุกอำเภอเราจะตรวจสอบทันทีถ้ามีการแอบอ้างโครงการของทางราชการ อย่างโครงการนี้อ้างว่าส่งเสริมการปลูกอินทผาลัมจากภาครัฐ ทางเกษตรจังหวัดได้ตรวจสอบแล้วไม่มีการส่งเสริมการปลูกอันทผาลัมในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียง อย่าลงเชื่อว่าลงทุนน้อยแล้วจะได้กำไรของกลางพ.อ.สุภัทร ชูตินันท์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ  กล่าวว่าโครงการนี้ทางหน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามพฤติกรรม และรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำมาสู่การออกหมายจับประธานกลุ่ม ซึ่งการแถลงข่าวในวันนี้เราอยากให้จังหวัดข้างเคียงตลอดจนให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ซึ่งทางองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) ก็ยืนยันแล้วว่าไม่มีการสนับสนุนเงินทุนแก่ ”วิสาหกิจชุมชนพลังเกษตรดีครบวงจร”หรือเอกชนรายใดๆ แต่อย่างไร  ซึ่งการแถลงข่าวในวันนี้เป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งจะนำเข้าไปสู่การกล่าวโทษร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย แต่ที่ผ่านมามันยังไม่มีการชี่แจงอย่างเป็นทางการของทางราชการ วันนี้เป็นการยืนยันให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบว่า ท่านเป็นผู้เสียหายจริงๆแล้ว 200 บาทที่ท่านเสียไปท่านไม่ได้เงิน 1.3 ล้านคืนแน่ๆ เพราะฉะนั้นท่านสามารถเข้าไปกล่าวโทษร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านได้เลยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดบึงกาฬ หรือจังหวัดอื่นๆในภาคอีสานที่ท่านได้เคยมาประชุมพ.ต.อ.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ กล่าวว่า นายบพิตร โชติชัย ตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชนไม่สามารถดำเนินโครงการใดๆ ดังกล่าวต่อไปได้อีก แต่นายบพิตร ยังได้มีการเรียกระดมจัดประชุมสมาชิก ซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขของการขอประกันตัว ดังนั้น จะได้ยื่นเรื่องต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ เพื่อให้เพิกถอนการประกันตัวต่อไป พร้อมกับจะแจ้งข้อหาซ่องโจรแก่นายบพิตรอีกคดีหนึ่งด้วย.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดบึงกาฬ กดอ่านที่นี่