‘กอบศักดิ์’ ระบุ คนและเทคโนโลยี ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้

กรุงเทพฯ – ดร.กอบศักดิ์ ชี้ ประเทศจำเป็นต้องพัฒนากำลังคนในอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ ทำให้ได้มากกว่าหน้าที่ที่มี แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาท แต่ยังต้องพึ่งพาคนที่มีคุณภาพศักยภาพ

วันที่ 22 มกราคม 2563 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานในพิธีสัมมนา ‘Professional in Rail Industry มืออาชีพด้านระบบราง’ ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช., ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ รักษาการผู้อำนวยการ สคช. และคณะ ร่วมงาน พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้คนในอาชีพ 114 คน ที่ผ่านการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวระหว่างการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ‘พัฒนากำลังคน เพื่อผลิตภาพของประเทศ’ ว่า ระบบรางของไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นสัญญาณที่ดีที่ สคช.จัดทำมาตรฐานอาชีพฯ เพื่อพัฒนากำลังคน ให้เป็นคนคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมรางที่เติบโตขึ้น เพราะในอนาคตกำลังคนด้านระบบราง ยังเป็นที่ต้องการนับหมื่นคน ขณะที่อีกหลายอาชีพมีความเสี่ยงที่จะตกงาน โดยเฉพาะคนในโรงงานที่คาดการณ์ว่าภายใน 5-10 ปี จะสุ่มเสี่ยงตกงานมากขึ้นจากระบบแขนกล แต่สุดท้ายกำลังคนจะอยู่ร่วมกับเทคโนโลยียุคใหม่ได้ หากมีการพัฒนาเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยียังคงต้องใช้กำลังคนที่มีศักยภาพในการควบคุม ต้องมีการพัฒนาคน ทั้งการ Upskill และ Reskill พัฒนาคนที่ไม่มี Skill ให้เป็นคนที่มีทักษะ มีมาตรฐานสูง จะทำให้คนมีมูลค่าเป็นที่ต้องการตัวในอุตสาหกรรม นับเป็นหน้าที่สำคัญที่ สคช.เข้ามามีบทบาทในการพัฒนา และรับรองคนด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

ด้านนายนคร ประธานกรรมการ สคช. ระบุว่า สคช. พร้อมสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาพื้นฐานเร่งด่วนด้านคมนาคมขนส่ง โดยส่งเสริมให้กำลังคนในอาชีพเห็นความสำคัญของระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งจะทำให้เติบโตในสายงานที่กว้างขึ้น เป็นบุคคลที่ต้องการของผู้ประกอบการ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

จากแผนการลงทุนของประเทศ ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ ในส่วนระบบราง คาดการณ์ว่า พ.ศ.2565 บุคลากรในตำแหน่งวิศวกร และช่างเทคนิค เพื่อปฏิบัติงานในส่วนการเดินรถและซ่อมบำรุง จะเป็นที่ต้องการไม่น้อยกว่า 7,280 คน ขณะที่ปัจจุบัน ภาคการศึกษามีแผนผลิตวิศวกรและช่างเทคนิคในสาขานี้เพียง 5,670 คน จึงมีความจำเป็นที่ สคช.จะต้องเตรียมพร้อมพัฒนา และฝึกอบรมกำลังคนในอาชีพ ทดแทนอัตรากำลังคนที่ยังขาดแคลน โดยเฉพาะสาขาวิชาชีพรถไฟความเร็วสูงและระบบราง เพื่อรองรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งทางรางที่จะเกิดขึ้น

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น