“กรณ์” ร่ายยาว เหตุผลทิ้งประชาธิปัตย์ ยันเดินหน้างานการเมืองที่กล้าเปลี่ยนแปลง “กล้าคิด กล้าทำ” ;นายหัวไทร

“กรณ์” ร่ายยาว เหตุผลลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้าการเมือง หวังสร้างการเมืองที่กล้าคิด กล้าทำ

มาถึงจุดนี้ได้ไง? นี่คือปุจฉาที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งจากคนในพรรคประชาธิปัตย์เอง เมื่อบุคคลสำคัญของพรรคทยอยลาออก ล่าสุด เป็น “กรณ์ จาติกวณิช” และน่าจะตามด้วย “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี”

ก่อนหน้านี้ ก็ลาออกกันไปหลายคนแล้ว เช่น นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม, พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค, สมชัย ศรีสุทธิยากร และอุเทน ชาติภิญโญ เป็นต้น

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำมาก จากที่เคยได้ ส.ส.เกินร้อย เหลือแค่ห้าสิบคนกว่า ๆ  และที่สำคัญ คือ การสูญเสียที่นั่งในกรุงเทพฯทั้งหมด แบบไม่มีที่ให้ยืน  ปี 2535 ว่าตกต่ำแล้ว ยังมีเหลือให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อยู่ 1 ที่นั่ง  การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ภาคใต้เมืองหลวงของประชาธิปัตย์ ก็ยังถูกพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ทะลุทะลวงเข้าไปได้

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นปรากฏการณ์แห่งความเจ็บปวดที่ควรถอดบทเรียนอันจะนำไปสู่การฟื้นฟูพรรคต่อไป

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ดูเหมือนจะมั่นใจกับประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าร่วมเสนอแนะ ร่วมคิดร่วมทำ จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ฟื้นกลับคืนมาได้

แต่เลือดที่มีแต่ไหลออก ไม่มีการให้เลือดเพิ่มเข้าไป มันจะทำให้ร่างกายซูบซีดลงไปหรือเปล่า ถ้าไม่เร่งรีบอาจจะเกินเยียวยา กับโครงสร้างทางการเมืองที่เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว

“กรณ์ จาติกวณิชย์” ถือเป็นนักการเมืองหนุ่ม น้ำดี ไม่มีประวัติด่างพร้อย เป็นนักการเมืองแห่งความหวังของประชาชน เคยได้รับเลือกให้เป็นรัฐมนตรีคลังของโลก แต่ในยุคของ “อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ เป็นหัวหน้าพรรค บทบาทของกรณ์ถูกลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“กรณ์” คือ ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ แต่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์กลับเป็น “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ลูกชายของ “ศุภชัย พานิชภักดิ์” แทน และไม่เคยหารือกรณ์เลย มือที่หายไปในสภาในบางครั้ง จึงเป็นมือของกรณ์ ที่มักเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในช่วงหลัง

“กรณ์” หลังจากตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้เขียนเฟซบุ๊กร่ำลา เหตุผลการลาออก และทางเดินทางการเมืองในวันข้างหน้า ยังคงมุ่งมั่นทำงานการเมืองในแบบ กล้าคิด กล้าทำ แม้จะเพลี่ยงพล้ำก็ตาม และนี้คือข้อความในหน้าเฟซบุ๊กของกรณ์

ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์

ผมทำงานภาคเอกชนสายการเงินอยู่เกือบ 20 ปี ตำแหน่งสุดท้ายคือประธานธนาคาร JP Morgan (ประเทศไทย) ผมลาออกตอนอายุ 39 เพื่อมาสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลาออกตอนนั้นก็เพราะอิ่มตัวกับการทำงานหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัว และอยากจะหันมาทำงานรับใช้บ้านเมือง
.
พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้โอกาสผมตลอดมา โดยที่โอกาสสำคัญที่สุดคือ การเป็นรัฐมนตรีคลัง ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ความผูกพันที่ผมมีกับพรรค และเพื่อนร่วมพรรคจึงเป็นสิ่งที่จะอยู่กับผมตลอดไป
.
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ร่วมพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินจนเสร็จเรียบร้อย ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลสามารถเดินหน้าได้เต็มที่ ในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรค ที่ผมได้ช่วยร่างไว้ในฐานะ (อดีต) ประธานนโยบาย ผมจึงคิดว่าผมได้ทำภารกิจที่พรรคได้มอบหมายไว้จนครบถ้วนหมดแล้ว ผมจึงได้ยื่นใบลาออกตามที่ตั้งใจไว้
.
ในการลาออกจากพรรคนั้น ผมขอขอบคุณมิตรภาพที่เพื่อน ส.ส. และอดีต ส.ส.ได้มอบให้ผม ผมจากไปจากพรรคแต่จะยังคิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน แต่ที่สำคัญที่สุดผม ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ได้ให้โอกาสผมทำงานเพื่อบ้านเมือง ผมไม่มีวันลืมทุกคะแนนที่ให้ผมตั้งแต่ปี 2548 ในฐานะผู้สมัครประชาธิปัตย์ รวมถึงกำลังใจของทุกๆ คนที่กรุณามอบให้ผมเสมอมา
.
ผมมีความฝัน ที่อยากจะสร้างการเมืองแห่งความเปลี่ยนแปลง การเมืองที่กล้าคิด กล้าทำ มีความรอบคอบแต่ไร้ความกลัว มีความเด็ดเดี่ยวแต่มีคุณธรรม เป็นการเมืองที่จะชวนผู้คนในสังคมไทยที่มีศักยภาพ มาร่วมกันออกแบบและขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน
.
ตลอดเวลาที่ทำงานการเมือง ผมได้มีส่วนร่วมกับประชาชนหลากหลายกลุ่ม ทำให้ผมได้มองเห็นประเทศไทยและสังคมการเมืองไทยในภาพที่กว้างขึ้น และลึกขึ้น ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมตัดสินใจเดินหน้าสร้างทางเลือกทางการเมืองที่คนไทยแสวงหา เป็นการเมืองที่ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าแม้แต่จะพลั้งพลาด และเป็นการเมืองที่มั่นใจในศักยภาพของคนไทย เป็นการเมืองที่มีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศในหลากหลายมิติ ด้วยความเชื่อว่าหากเราไม่กล้าเปลี่ยน ไม่กล้าท้าทายตัวเอง คนไทยจะลำบาก เพราะเราจะแข่งขันไม่ได้
.
การจะตัดสินใจสิ่งใดๆ ก็ตาม ที่เป็นก้าวที่สำคัญของชีวิตจะต้องฟังเสียงข้างในของตัวเอง แต่สำหรับนักการเมืองไม่ว่าจะก้าวเล็กหรือก้าวใหญ่ต้องมาจากการรับฟัง ‘เสียงของประชาชน’ อีกด้วย
.
ดังนั้นทุกๆ ก้าวต่อไป
ผมตั้งใจจะเดินไปพร้อมกับพี่น้องประชาชนทุกคน

– กรณ์ จาติกวณิช –
15 มกราคม 2563

อ่านแล้ววิเคราะห์ได้ว่า กรณ์ยังจะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป ในแนวทางที่คิดเอง กล้าคิด และกล้าทำ  ส่วนจะตั้งพรรคใหม่หรือไม่ หรือจะเข้าสังกัดพรรคไหน จะไปช่วยงานรัฐบาลเหมือน พีระพันธ์ หรือไม่ ก็ต้องติดตามต่อไป

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
15 มกราคม 2563

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น