กองลูกเสือนครพนม แสดงพลังสวนสนามในวันสถาปนา

นครพนม – วันที่ 1 ก.ค.61 บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดนครพนม นายวัชร์โรจน์ ไชยพิเดช ผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษานครพนมเขต 1 พร้อมคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดฯ ลูกเสือ เนตรนารี ลูกเสืออาสา ลูกเสือชาวบ้าน ฯลฯ จัดพิธีปฏิญาณตนของลูกเสือ เนตรนารี ในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2561 มี นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.ฯ ในฐานะผู้อำนวยการลูกเสือชาวบ้าน เป็นประธานในพิธี

นายวัชร์โรจน์ฯกล่าวถึงวัตถุประสงค์การประกอบพิธีว่า เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย พร้อมแสดงพลังความจงรักภักดีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ ในการส่งเสริมให้เยาวชนมีคุณธรรมนำความรู้ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเสือมีคุณธรรม โดยเป็นผู้มีระเบียบ มีวินัย มีความรักความสามัคคี มีความเข้มแข็ง อดทน อดกลั้นรู้จักเสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ นำไปสู่การเรียนรู้ที่ดี สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมฟื้นฟูกิจการลูกเสือในโรงเรียน และให้ลูกเสือมีความรัก ความสนใจเห็นคุณค่าในกิจกรรมลูกเสือมากยิ่งขึ้น โดยมีกองลูกเสือจำนวน 19 กอง จำนวน 2,500 คน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายสมชายฯ ผอ.ลูกเสือจังหวัดนครพนม กล่าวว่าเป็นที่ทราบกันดีการลูกเสือไทยนั้นเป็นมรดกอันล้ำค่า ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เพื่อสืบทอดเจตนาในการฝึกอบรมบ่มนิสัยเยาวชน และประชาชนให้มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และในรอบปีที่ผ่านมา กิจการลูกเสือจังหวัดนครพนม ได้รับความร่วมมือและประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และนโยบายของคณะลูกเสือแห่งชาติทุกประการ ทั้งด้านการบริหาร ฝึกอบรม วิชาการ มีการประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดฯ ตลอดจนได้ปฏิบัติภารกิจต่างๆตามประเพณีของลูกเสือ อาทิ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ หรือกิจกรรมที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นนโยบายต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อปลุกฝังคุณธรรม ฝึกฝน อบรม และพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นคนดี มีคุณภาพยึดมั่นในอุดมการณ์ของลูกเสือ มีความรักศรัทธาต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยเจริญเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของชาติบ้านเมืองสืบไป

นอกจากนี้ยังมีการมอบเกียรติบัตรแก่สถานศึกษา หน่วยงานของกองลูกเสือ และหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน รวม 31 แห่ง จากนั้นกลุ่มลูกเสือซึ่งประกอบด้วย ลูกเสือสำรอง ลูกเสือสามัญ (รุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่) ลูกเสือวิสามัญ เนตรนารี ลูกเสืออาสา กกต. ลูกเสือชาวบ้าน รวมพลังเดินสวนสนามพร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนต่อธงลูกเสือประจำจังหวัด

การสถาปนาลูกเสือแห่งชาติในไทย เริ่มขึ้นโดย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชองค์การโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากองลูกเสือป่าขึ้น เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 เพื่อฝึกอบรมข้าราชการในราชสำนัก พ่อค้าและพลเรือน ให้เรียนรู้วิชาการด้านการทหาร ไว้เป็นกองกำลังสำรองป้องกันประเทศชาติ ในยามเกิดศึกสงครามและช่วยบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ประชาชนและยังมีไว้ช่วยปราบปรามโจรผู้ร้ายยามจำเป็น พระองค์ทรงมองเห็นว่ากองกิจการลูกเสือนั้นจะช่วยให้คนไทยจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ มีมนุษยธรรม มีความเสียสละ สามัคคี เข้มแข็ง กล้าหาญเด็ดเดี่ยวมีความกตัญญู ซื่อสัตย์และมีระเบียบวินัย

และได้ยึดเอาวันที่ 1 กรกฎาคม เป็นวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติทุกปี ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่สามของโลก ที่มีการจัดกองลูกเสือของโลกขึ้น โดยทุกๆปีจะมีการจัดให้มีการเดินสวนสนามของลูกเสือ เพื่อแสดงความเคารพและกล่าวทบทวนคำปฏิญาณ ต่อองค์พระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ เพื่อประกาศว่าตนเป็นลูกเสืออย่างแท้จริง
ก่อนการสถาปนาลูกเสือไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ทรงเสด็จศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่ ได้ทรงทราบเรื่องการสู้รบเพื่อรักษาเมืองมาฟีคิง (Mafeking) ของ โรเบิร์ต เบเดน โพเอลล์ ซึ่งได้ตั้งกองทหารเด็กเป็นหน่วยสอดแนมช่วยรบในการรบกับพวกบัวร์จนประสบผลสำเร็จ และโรเบริ์ต เบเดน โพเอลล์เองก็ได้ตั้งกองลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย ทรงจัดตั้งกิจการเสือป่าขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 โดยจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกให้ข้าราชการและพลเรือนได้เรียนรู้วิชาทหารเพื่อเป็นคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง และรู้จักระเบียบวินัย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ต่อจากนั้นอีก 2 เดือนต่อมา ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454(ค.ศ.1911) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชกำเนิดลูกเสือในประเทศสยามขึ้นเป็นครั้งแรกของสยาม ทรงมีพระราชปรารถว่า เพื่อฝึกผู้ใหญ่เป็นเสือป่า และเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือชาติบ้านเมือง เห็นควรที่จะฝึกให้เหล่าเด็กให้มีความรู้ทางเสือป่า เมื่อเติบโตขึ้นจะได้รู้จักหน้าที่และประพฤติตนเป็นประโยชน์ต่อชาติ บ้าน เมือง
จากนั้นทรงตั้งกองลูกเสือกองแรกขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (โรงเรียนวชิราวุธ ในปัจจุบัน) และจัดตั้งกองลูกเสือตามโรงเรียน ต่าง ๆ ให้กำหนดข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือขึ้น รวมทั้งพระราชทาน คำขวัญให้ลูกเสือว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์ ” ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นลูกเสือไทยคนแรก คือ นายชัพท์ บุนนาค ซึ่งต่อมา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “นายลิขิตสารสนอง”

ส่วนลูกเสือกองแรกของประเทศไทยนั้น ได้มีการจัดตั้งลูกเสือกองแรกของประเทศไทยในโรงเรียนมหาดเล็กทรวง เรียกกองลูกเสือว่า ลูกเสือกรุงเทพฯ ที่ 1 ก่อนที่จะขยายตัวไปตามโรงเรียนและสถานที่ต่างๆ และรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานคติพจน์เพื่อใช้ในการประจำการของลูกเสือว่า เสียชีพอย่าเสียสัตย์
ในสมัยนั้นกิจการลูกเสือไทยเป็นที่เลื่องลือไปยังนานาชาติถึง พระเจ้าแผ่นดินสยามทรงใฝ่พระทัยในกิจการลูกเสือ ถึงกับกองลูกเสือทื่ 8 ของประเทศอังกฤษ ได้มีหนังสือขอพระราชทานนามลูกเสือกองนี้ว่า “กองลูกเสือในพระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยาม” ซึ่งพระองค์ได้ทรงพระราชทานให้ตามความประสงค์ และลูกเสือกองนี้ยังได้ติดเครื่องหมายช้างเผือกที่แขนเสือทั้งสองข้าง ตราบจนถึงปัจจุบันนี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น