ชาวไร่ยาสูบฯจี้รัฐบาลรับซื้อใบยาสูบต่อ อ้างเดือดร้อนหนักหากหยุดรับซื้อ ชี้ผลพวงจากนโยบายภาครัฐขึ้นภาษีสรรพสามิต

เพชรบูรณ์-ชาวไร่ยาสูบฯจี้รัฐบาลรับซื้อใบยาสูบต่อ  อ้างเดือดร้อนหนักหากหยุดรับซื้อโดยไม่มีแผนรองรับ ชี้ผลพวงจากนโยบายภาครัฐขึ้นภาษีสรรพสามิต จนบุหรี่แพงขายไม่ออก-บุหรี่เถื่อนทะลัก

เวลา 09.00 น.วันที่ 28 มิถุนายน ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมตัวแทนชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ รุดยื่นถึงรัฐบาลผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนกรณีการยาสูบแห่งประเทศไทย มีนโยบายงดรับซื้อใบยาสูบเป็นเวลา 3-5 ปีโดยเริ่มต้นในฤดูกาล 2561/2562 เป็นต้นไป โดยไม่แจ้งให้ชาวไร่ยาสูบทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไร่ยาสูบฯที่มีโควต้าส่งใบยาสูบขายให้สำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์จำนวนกว่า 3,421 ราย ต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทำให้เกิดภาระหนี้สินและครอบครัวขาดรายได้ จึงขอให้ทางรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการยาสูบแห่งประเทศไทย พิจารณาทบทวนและให้ช่วยรับซื้อใบยาสูบของเกษตรกรต่อไป

โดยนายสงกรานต์กล่าวย้ำว่า ปัญหาเรื่องนี้เกิดจากนโยบายของภาครัฐซึ่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพิ่มอีก 20%-40% จนทำให้ราคาบุหรี่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งยอดขายลดลง  เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่มีกำลังซื้อ นอกจากนี้ยังพบว่ามีบุหรี่เถื่อนทะลักเข้าประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และในปี 2562 จะมีการปรับโครงสร้างของภาษีเป็น 40% อัตราเดียวอีกด้วย

“ฉะนั้นการที่งดรับซื้อใบยาสูบอย่างกะทันหันโดยไม่มีแผนรองรับของทางการยาสูบแห่งประเทศไทย โดยเกษตรกรไม่ได้เตรียมตัว จึงทำให้เกษตรกรชาวไร่ยาสูบต้องได้รับผลกระทบหนัก”นายสงกรานต์กล่าวและว่า จังหวัดเพชรบูรณ์มีชาวไร่ผู้ปลูกยาสูบทั้งสิ้น 4,638 ราย  พื้นที่เพาะปลูก 16,676 ไร่ สร้างมูลค่ากว่า 433 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามนายสมบูรณ์ ศรีไพศาลเจริญ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์รับหนังสือไว้ พร้อมรับปากจะนำเสนอต่อผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ เพื่อให้เร่งพิจารณาส่งข้อเรียกร้องดังกล่าวไปยังกระทรวงต่างๆ รวมทั้งทางการยาสูบแห่งประเทศไทย

ภาพจากแฟ้ม

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่