ที่สุดของการเมืองร้อนปี 62-63 จะผ่านไปไหวไหม “ลุงตู่ ; นายหัวไทร

ที่สุดของการเมืองร้อนปี 62-63 จะผ่านไปไหวไหม “ลุงตู่  ; นายหัวไทร

พรรคพลังประชารัฐ ปรากฎโฉมขึ้นมาพร้อมกับเสียงนินทาไล่หลัง “พรรค คสช.”เพื่อสืบทอดอำนาจ มีอุตตม สาวนายน สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นหัวหอก
ปิดเกมเร็ว

ได้ฤกษ์งามยามดี 24 มี.ค.2562 เปิดสนามเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ภายใต้กฎหมายเลือกตั้งกติกาใหม่ มีพรรคการเมืองจำนวนมากส่งสมาชิกลงเลือกตั้ง

แต่ละค่ายวางยุทธศาสตร์วัดพลัง ขณะที่พรรคค่ายนายใหม่ ปิ๊งไอเดีย “แตกแบงก์พัน” ผุดพรรคใหม่ “ไทยรักษาชาติ” ให้ ปรีชาพล พงษ์พานิช คนรุ่นใหม่เข้ามานั่งกุมบังเหียน

หวังแก้เกมสูตรกติกาเลือกตั้งพิสดาร ตั้งเป้าเข้ามาโกยคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แทนพรรคแม่อย่าง “เพื่อไทย” ที่ประเมินว่าคะแนนพื้นที่มาเต็ง แต่ปาร์ตี้ลิสต์คงจะโบ๋

เปิดตัวแกนนำทำนโยบายเริ่มเข้าที แต่ที่ทำเอาช็อกกันทั้งประเทศ คือการเสนอชื่อสตรีผู้สูงศักดิ์เป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีในนามพรรคไทยรักษาชาติ งานนี้ระทึกใจจนเนื้อเต้น คิดว่าอนาคตสดใสรออยู่

ยังจำได้ดีวันนั้นผมอยู่ที่อินเดีย ดินแดนพุทธคยา ก็ให้ระทึกใจไม่น้อยกับการตัดสินใจของพรรคไทยรักษาชาติ

แต่เพียงไม่กี่วันความหวังพังครืน เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ว่า เข้าข่ายกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

7 มี.ค.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ลงดาบฟัน”ยุบพรรคไทยรักษาชาติตามคาด พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

เกมแตกแบงก์พันเป็นอันพังพาบไม่เป็นท่าเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ผลการเลือกตั้งออกมา พรรคอนาคตใหม่คว้าที่นั่งเข้ามาแบบเกินคาด ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ในกรุงเทพ ภาคใต้ก็สูญเสียที่นั่งในภาคใต้ไปเกือบครึ่ง

ตามด้วยสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตาม “จำนวน ส.ส.พึงมี” กับรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน พ่นพิษทำมึนงงกันไปตามๆกัน พรรคเล็กได้คะแนนไม่กี่หมื่นก็ได้ ส.ส.กับเขาด้วย

เจอบัตรเขย่ง แต่ละค่ายจึงต้องผวากับสูตรคำนวณแบบใหม่ ซ้ำร้ายยิ่งกว่าคือสามารถพลิกเกมได้ทุกเมื่อ เหตุเพราะส่งผลให้ ส.ส.เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ หากมีเลือกตั้งซ่อมจากการทุจริตเลือกตั้ง

ทุกพรรคได้แต่ร้องเพลงรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่พอรู้ตัวเลขคร่าวๆ 7 พรรคการเมือง นำโดยพรรคเพื่อไทย ชิงการนำแถลงข่าวจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลจากการรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง

แต่สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทำเอาพรรคแกนนำ ทำได้แค่ท่าทียึกยัก กั๊กกันไปมา ทำเอาการ “ฟอร์มทีมรัฐบาล” ยืดเยื้อออกไป ซีกของพลังประชารัฐก็ไม่ยอมแพ้อ้างคะแนนนิยม (popular vote)มากกว่า ทำให้ต้องทอดเวลาในการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลนานออกไปกว่า 3 เดือน เพราะต่างหวาดหวั่นกับแต้มที่ขยับ สูตรคำนวณสุดล้ำ ยังทำเอาพรรคเล็กพรรคน้อยพลอยได้รับอานิสงส์จากการ“แต้มปัดขึ้น” ได้ตำแหน่ง ส.ส.เข้าสภาฯ

พรรคเพื่อไทยที่จับมือกับอีก7 พรรคร่วมกลายเป็น (แฮงก์ เอ้าท์)ไม่มีแต้ม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตามคาด แต่สูตรคำนวณของ กกต.ทำคะแนนไหลบ่าเข้าพรรคพลังประชารัฐ พลิกเกมกลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมเกือบ 20 พรรคได้สำเร็จ จากการร่วมทีมของพรรคเล็ก 10 พรรค

สถานการณ์เสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล ทำให้ราคาต่อรองสูงลิ่วปิดดีลแทบไม่ลง

ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำทัพ วางยุทธศาสตร์รัดกุม โค้งสุดท้าย “แม่ทัพมาร์ค” ทิ้งไพ่วัดชะตา ลั่นวาจา “ไม่หนุนลุงตู่นั่งนายกฯ” หวังลุ้นโกยคะแนนกลุ่มต้านอำนาจเก่า แต่สุดท้ายเกมจบแบบบอบช้ำ เพราะคะแนนดิ่งลงฮวบฮาบ ถือเป็นอ่านเกมที่ผิดพลาด หรือคิดไม่ถึงว่าคนเบื่อพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ดีแต่พูด

สิ้นลายครามที่เคยโกยที่นั่งเข้าสภาฯ ได้ 156 คน เหลือเพียง 53 คน ส่วนพื้นที่ กทม.ไม่เหลือหรอ ตกต่ำสุดยังมี 1 ที่นั่งให้อภิสิทธิ์

“มาร์ค” โชว์สปิริตแสดงความรับผิดชอบ ลาออกจากหัวหน้าพรรคในทันที เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ได้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รับไม้ต่อ ไม่วายเจอแรงกระเพื่อมจากการเมืองภายใน แต่สุดท้ายเดินเกมดีลลับเพื่อนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลพปชร.ที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในพรรค ปชป.

ปชป.ชู “นายหัวชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ขึ้นนั่งประธานสภาฯ ก่อนขบวนขันหมากเชิญเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ

“อภิสิทธิ์”ย้ำจุดยืนยึดสัญญาประชาคม ยิ่งใหญ่กว่ามติพรรค ตัดสินใจไขก๊อกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก่อนเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีมติเลือก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายต้านการสืบทอดอำนาจแกนนำ 7 พรรคการเมือง ทั้งเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ พลังปวงชนไทย และเศรษฐกิจใหม่ ยังกอดคอกันแน่น ท่ามกลางกระแส “งูเห่า”สะพัด

พรรคอนาคตใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ก่อตั้งโดย 2 คู่ซี้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ–ปิยบุตร แสงกนกกุล โหมกระแสโซเชียลมีเดียกับจุดขายต่อต้าน คสช.แบบเต็มตัว นำเสนอแนวทางนโยบายกับคนรุ่นใหม่ สร้างปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายกวาด ส.ส.ได้มากถึง 81 ที่นั่ง โดยเฉพาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ถึง 50 คน

แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงไม่ขาดสาย คดีความเบ็ดเสร็จกว่า 25 คดี กับการ “อยู่ไม่เป็น”ของพรรคการเมืองใหม่

ประเดิมที่ “ธนาธร” กับการถือครองหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จนศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบสภาฯ

และเป็นไปตามคาด ไม่รอดถูกตัดสิทธิ ส.ส.แถมพ่วงด้วยคดีอาญาที่กำลังจะตามมา

ต่อด้วยคดีเงินกู้ 191 ล้านบาท ที่ กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ยังตามมาด้วยคดีสมคบคิด “อิลลูมินาติ”อีกคดีที่ศาลรัฐธรรมนูณนัดฟังคำวินิจฉัยโดยไม่ไต่สวนด้วย

“ธนาธร” ไขก๊อกทุกตำแหน่ง เดินสายเข้าหามวลชน เปิดศึกยกแรกชิมลางกับแฟลชม็อบที่สกายวอล์ก กับแคมเปญ “ไม่ทนไม่ถอย”กับของจริงในงาน “วิ่งไล่ลุง” 12 มกราคมปีหน้า

ส่งท้ายปีเก่าด้วยการเชือด 4 ส.ส.งูเห่าที่แปรพักตร์ ขับออกจากพรรคฐานละทิ้งอุดมการณ์อย่างไม่เหลือเยื่อใย

“อนาคตใหม่” จะสร้างพลังใหม่ขึ้นมาได้อีกหรือไม่ อนาคตกรรมการบริหารที่อาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 15 คน ในจำนวนนั้นเป็น ส.ส.ด้วย 11 คน

ดูหน้าตา”รัฐบาลเชียงกง” “บุรุษหนุ่มผู้มีบุคลิกโดดเด่น บทบาทจี๊ดจ๊าดถึงใจ มือประสานสิบทิศ สยมคลื่นการเมือง “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ รัฐมนตรีสายล่อฟ้าตั้งแต่ฟอร์มรัฐบาล

ด้วยปมประวัติโชกโชน จุดเด่นกลายเป็นจุดด้อย ถูกเขย่าทั้งเรื่องวุฒิการศึกษา เรื่องคดียาเสพติดในอดีต

จบศึกฟอร์มทีมรัฐบาล เป็นโต้โผใหญ่เจรจาดึงเสียง 10 พรรคเล็ก ช่วยยกมือโหวต ดัน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นสู่บัลลังก์อีกครั้ง

คุมเสียงพรรคเล็กใช่ว่าจะง่าย ด้วยจุดอ่อนรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เกมต่อรองสูง เอะอะงอแงขู่ถอนตัว ฝ่ายค้านอิสระบ้าง ต้องคอยปลุกปลอบ ตบบ้างจูบบ้าง จนได้ฉายา “คนเลี้ยงลิง” ด้วย “กล้วย”ต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา เชื่อว่ากินอิ่มน่าจะพอได้แล้ว

ยังต้องเคลียร์ปม “เอ๋-ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี คนในพรรคพลังประชารัฐ กับเผือกร้อน ที่ดิน ส.ป.ก.1700 ไร่อีก ที่ยังไม่รู้ว่าจะดันไปได้แค่ไหน พ่อทวี ก็มีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

ในสภาฯแค่เริ่มต้นก็เริ่มมีคู่กัด ทำเอาสื่อจับจ้อง 3 ส.ส.สาว “ช่อ-พรรณิการ์ วานิช” “เอ๋-ปารีณา ไกรคุปต์” “เดียร์-วทันยา วงษ์โอภาสี” เปิดศึกเชือดเฉือนกันวันต่อวัน สร้างความงุนงงว่าไปเคืองกันแต่ชาติปางไหน เรื่อยมาจนถึงกรรมาธิการ ป.ป.ช.ที่มี “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นั่งหัวโต๊ะ ก็วุ่นหนัก เมื่อพรรคพลังประชารัฐ ส่งตัว”เอ๋” กับ “สิระ เจนจาคะ” เข้ามาเสียบแทนคนที่ลาออก

แทนที่งานจะคืบหน้า กลับหนักกว่าเดิมกับเกมที่ท่านประทานเล่นไม่เลิกกับการเรียกนายกฯแจงปมถวายสัตย์ฯไม่ครบ

“เอ๋” ถึงขั้นลากเก้าอี้ไปนั่งประกบประธานที่หัวโต๊ะหน้าตาเฉย กับการที่ประธานตั้งที่ปรึกษาต่างค่ายมานั่งประกบ

“บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ก็ออกเสียงคำรามเป็นระยะๆหัวขบวนกองทัพบก สรรพกำลังมหาศาล ขยับแต่ละครั้ง แฝงพลังอันน่าสะพรึง ส่งสัญญาณเฉี่ยวไปเฉี่ยวมากับการเมือง

คำรามหนแรก ส่งสัญญาณหวังกระชากหน้ากากพวกมีแนวคิด ส่อเปลี่ยนแปลงการปกครองว่า เป็นพวก “ซ้ายจัดดัดจริต”

ไปเลียนแบบต่างชาติ ที่หวังล้มล้างสถาบันหลัก อ้างตัวเป็นนักประชาธิปไตย แต่ใช้วาทกรรมจาบจ้วงล่วงเกิน

เสียงฮึ่มๆเหมือนโฟกัสไปยังนักธุรกิจหนุ่มที่เพิ่งผันตัวมาเป็นนักการเมือง “ฮ่องเต้ ซินโดรม”

สับแหลกชังชาติ ชักศึกเข้าบ้าน ล้างสมองคนรุ่นใหม่เลิกเกณฑ์ทหาร ตามไล่บี้ทหารเป็นอุปสรรคกับประชาธิปไตย แถมขวางซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร
เจ้าตัวกัดฟันกรอด พวก “หนักแผ่นดิน”

3 พรรคร่วมรัฐบาล “พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย”ดูเหมือนยังเล่นดนตรีคนละวงกันอยู่ ต่างคนต่างเล่น เข้าจังหวะบ้างไม่เข้าจังหวะบ้าง แต่ก็ยังกอดคอเต้นรำกันไป ฟัดกันเละ ในสงครามแบน 3 สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ภายใต้อุ้งมือบอร์ดวัตถุอันตราย

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ค่ายพลังประชารัฐ นั่งหัวโต๊ะพลิกมติบอร์ดชุดเดิมที่ให้แบนทั้งสามสาร แบะให้มีผล 1 ธันวาคม ให้เลื่อนแบน “พาราควอตคลอร์ไพริฟอส” ไป 6 เดือน และปลดล็อกเลิกแบน “ไกลโฟเซต”แค่ให้ควบคุมการใช้

“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข หัวหน้าภูมิใจไทย แท็กทีมลูกพรรค มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีเกษตรฯ ขึงขังในจุดยืนไม่เอาสารพิษถึงกับลั่นวาจาจะคืนกรมวิชาการเกษตรที่รับผิดชอบ กลับไปให้เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากค่ายประชาธิปัตย์

รัฐบาลได้เสียงเพิ่มมาอีก 4 เสียงจากพรรคอนาคตใหม่ แต่รัฐบาลกำลังไปสู่ความยุ่งยากในต้นปีนี้ ทั้งต้องผ่าน พรบ.งบประมาณไปให้ได้ ทั้งรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ วิ่ง ไล่ ลุง อีก จะไหวไหมเนี่ย

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
31 ธันวาคม 2562

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น