ตำรวจเรียกประธานสหกรณ์ครูฯ เข้าให้ปากคำ คดียักยอกเงิน 431 ล้าน

สหกรณ์ครูขอนแก่น

ขอนแก่น – คดีเงินสหกรณ์ครูฯ หายเริ่มเดินหน้า ทีมพนักงานสอบสวนเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำ “อนุศาสตร์” เตรียมลงชิงประธานสมัย 2 หวังตามเงินที่หายกลับคืน

วันนี้ (29 ธ.ค.62) ที่อาคารใหม่ สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น  ดร.อนุศาสตร์  สอนศิลพงษ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ครูขอนแก่น จำกัด ได้เดินทางไปให้ปากคำแก่ทีมพนักงานสอบสวน นำโดย พ.ต.อ.ธน พรรณนานนท์ ผกก.สอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น  หลังจากคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วย กรรมการบริหารสกรณ์ฯ ชมรมสมาชิกสหกรณ์ฯ และ ผู้แทนสมาชิก ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด จำนวน 431 ล้านบาท หลังเสร็จสิ้นการให้ปากคำประธานสหกรณ์ฯ ได้เปิดใจกับทีมข่าว 77ข่าวเด็ด ว่า

“วันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยานเพื่อประกอบการทำสำนวนคดี  ที่ผ่านมา จนท.ก็ได้เรียกหลายฝ่ายมาให้การ ทั้งตัวผม ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ฝ่ายบัญชี เลขาสหกรณ์ฯ  ทางเราต้องขอขอบคุณ จนท.ตำรวจทุกฝ่ายที่ไม่นิ่งนอนใจในคดีนี้ มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา และทำงานอย่างละเอียด รอบคอบ  สำหรับขั้นตอนต่อไป จนท.ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุด ก่อนจะรวบรวมสำนวนส่งฟ้องศาล”

ในส่วนการดำเนินการของสหกรณ์ฯ ขณะนี้ทางคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯ มีมติให้กันเงินสดขาดบัญชี จำนวน 431 ล้านบาทเป็นหนี้ที่จะสูญ พร้อมกันนี้ทางคณะกรรมการสหกรณ์ฯ ได้เตรียม การแก้ปัญหาในเรื่องการจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกไว้ด้วย เพื่อไม่ให้มีผลกระทบแก่สมาชิก

โดยตามข้อบังคับของสหกรณ์ฯ ข้อ 6(1) กล่าวถึงในกรณีเงินหาย ในกรณีที่มีผู้รับผิดชอบ และข้อ 6(2) ก็คือกรณีที่หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ในกรณีนี้จะต้องกันเงินหายไว้ 100% แต่ในเคสของสหกรณ์ฯ ครั้งนี้จะตรงกับข้อ 6(1) มีผู้รับผิดชอบก็จะใช้วิธีการ เช่นอาจจะขออนุมัติกันเงินไว้ปีละ 50 ล้านบาท รวม 8 ปี เงินจำนวนที่หายไปนี้ก็สามารถนำวงเงินก้อนอื่นมาทดแทนได้

ในส่วนคดีทางทนายความก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่  ยืนยันว่า เงินที่หายไปนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ กับเงินปันผลที่จ่ายให้กับสมาชิกในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพราะสหกรณ์มีกำไรกว่า 1,000 ล้านบาท ยืนยันว่า ทางสหกรณ์ฯ จะจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกเต็มจำนวน

ในเรื่องของทนายความตอนนี้คณะกรรมการบริหารฯ ก็มีมติแล้วเตรียมที่จะลงนามในสัญญาจ้าง ทั้งทีมทนายความฝ่ายแพ่งและอาญา แบ่งเป็นทีมฝ่ายอาญา 4 คน และทีมฝ่ายแพ่ง 3 คน ในสัญญาจ้างทีมละสองล้านบาท ทั้งสองทีมจะต้องทำงานประสานกัน เพื่อให้สมาชิกสบายใจได้ว่า จะต้องติดตามเงินที่หายไปกลับคืนมาให้ได้

เมื่อสอบถามถึงประเด็นที่ชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ มีข้อข้องใจเกี่ยวกับรายชื่อการตั้งทีมทนายความที่มีข่าวว่าเป็นทีมงานของอดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯ และอาจจะมีผลกระทบต่อการทำคดี ประธานสหกรณ์ฯ กล่าวว่า คณะกรรมการไตรภาคีสามารถเป็นผู้เสนอแนะเสนอรายชื่อมาให้ได้ แต่ในการตัดสินใจจะเป็นของคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ฯ ซึ่งมีอำนาจดำเนินการแทนสมาชิก หากมีรายชื่อไหนที่ทางชมรมสมาชิกสหกรณ์ฯ ยังข้องใจ ก็ต้องส่งเรื่องนี้เข้าในที่ประชุมของคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ฯ ก็ขึ้นอยู่กับทางที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ฯ ที่จะต้องพิจารณาอีกครั้ง

และในประเด็นสุดท้ายเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์ฯ ที่กำลังจะหมดวาระในวันที่ 31 ธ.ค.นี้  ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ครูขอนแก่น จำกัด กล่าวว่า ทางสหกรณ์ฯ เตรียมเปิดรับสมัครผู้ดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์ฯ คนใหม่ในวันที่ 15-17 มกราคม 63  หลังจากนั้นสมาชิกทั้งหมดจะลงมติเลือกในการประชุมสมัยสามัญของสหกรณ์ฯ ซึ่งกำหนดขึ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 63

จากการพูดคุยกับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาใน จ.ขอนแก่น ได้ลงมติร่วมที่จะให้ตนลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย  เพื่อต่อสู้เรื่องเงินที่หายไปนี้ให้จบ ถือเป็นสมัยที่สองของตัวเอง  เพราะสมัยแรกตนมาดำรงตำแหน่งต่อจากประธานคนเก่า เริ่มทำงานมาตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค และจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. นี้  เป็นเวลา 2 เดือนเศษ ถ้าหากลงสมัครต่ออีกก็ถืออเป็นสมัยที่สอง วาระในตำแหน่ง 2 ปี แต่ในช่วงนี้ตนและคณะกรรมการดำเนินการฯ จะต้องรักษาการไปจนกว่าจะถึงวันประชุมสมัยสามัญของสหกรณ์ฯ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น