รอง ผบ.ตร.ยกกำลังบุกตรวจโรงงานนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายย่านบางพลี

รอง ผบ.ตร.ยกกำลังบุกตรวจค้นโรงงานนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายย่านบางพลี หลังได้ทำการตรวจสอบความเกี่ยวข้องกันกับบริษัทที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบริษัทในพื้นที่สมุทรปราการ ก่อนหน้านี้ พบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก และยังคงทำงานอยู่ พอเจ้าหน้าที่ไปถึงจึงได้หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  นายชาติชาย อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ  ผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม  ตำรวจภูธรบางพลี   ตำรวจกองกำกับการ 3 ด่านตรวจคนเข้าเมืองสมุทรปราการ ฝ่ายปกครอง และ เจ้าหน้าที่ กรมสรรพากพร้อมกำลังทหารได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่  159 / 2561 เข้าทำการ ตรวจสอบภายในบริษัทแห่งหนึ่งไม่มีชื่อซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยธนสิทธิ์ แยกย้อยซอยธนโชค 12 เลขที่  79 / 101 หมู่ 19  ต.บางพลีใหญ่  อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  ซึ่งเดิมใช้ชื่อ บริษัท ไทย เอ็นเตอร์ไพรส์ กรุ๊ป จำกัด  และได้ปิดกิจการไปก่อนหน้านี้ ได้พบว่าประตูเหล็กด้านหน้าบริษัทดังกล่าวปิดล๊อกด้วยกุญแจอย่างแน่หนา ทำลักษณะคล้ายไม่มีใครทำงานหรืออยู่อาศัย เจ้าหน้าที่จึงได้ทารปีนเข้าไปและใช้คีมตัดเหล็กทำการตัดแม่กุญแจออกก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้น ได้พบว่าภายในโรงงานดังกล่าวยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่ภายใรโรงงานด้านหน้ามีรถยนต์เก๋งและรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จอดอยู่ 2 คัน ในห้องสำนักงานด้านหน้ายังเป็นแอร์อยู่และมีการทำงานอยู่ภายในพร้อมทั้งอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่เพิ่งมีการใช้งาน แต่ไม่พบตัวบุคคลซึ่งคาดว่าจังหวะที่เจ้าหน้าที่ได้ปีนรั้วเข้ามาบุคคลที่อยู่ภายในบริษัทดังกล่าวซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นชาวจีน ได้วิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหลังโรงงาน พบเพียง คนงานซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนม่าร์จำนวน  3 คน คนไทย 1 คนเท่านั้นที่หลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักด้านหลังโรงงานดังกล่าว จึงคุมตัวเอาไว้

จากการตรวจสอบภายในและโดยรอบโรงงานดังกล่าวได้พบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากกองอยู่ภายในพร้อมด้วยจอทีวีรุ่นเก่าซึ่งเป็นจอแก้ว จอคอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วน อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ และอื่น ๆ  ซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ และจากการตรวจค้นภายในสำนักงานได้พบเอกสารการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากเก็บซุกซ่อนไว้ในตู้เซฟ  ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ได้ตรวจยึดเอกสารต่าง ๆ ไปตรวจฐานการชำระภาษี หากพบว่า มีการหลีกเลี่ยงภาษีก็จะถูกดำเนินคดีเพิ่ม

ด้าน พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าโรงงานดังกล่าวมีการโยงใยกับ การสำแดงเท็จการนำขยะอิเล็กทรอนิคส์เข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งที่คลองด่าน บางบ่อ บางปู และที่แห่งนี้ มีความสัมพันธ์โยงใยกัน และจากการตรวจสอบพบว่า มีการนำเข้าจอหลอดภาพโทรทัศน์รุ่นเก่าเข้ามาเป็นจำนวนมาก ไม่น้อยกว่า 100 ตู้คอนเทรนเนอร์ มาเก็บไว้ในโรงงานทั้ง 2 ชั้นเต็มไปด้วยหลอดภาพ และโรงงานที่ 2 เต็มโกดัง ในส่วนนี้เป็นผู้ที่นำเข้าสินค้าซึ่งต้องขออนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการผิดตาม พระราชบัญญัติส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ต้องระวางโทษไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้า รวมทั้งต้องส่งออกสินค้าที่นำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นอันตรายเหล่านี้กลับไปยังประเทศต้นทาง นำเข้าหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 23 วรรค 1 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน ตรวจสอบแล้วไม่มีใบอนุญาตประกอบโรงงานคัดแยกและกำจัดขยะอิเลคทรอนิกส์ เป็นความผิดฐานประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน มาตรา 12 โทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีการปล่อยน้ำน้ำเสียออกสู่สาธารณะโดยไม่มีระบบการบำบัด มีความผิดฐานไม่ทำตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและการควบคุมการปล่อยของเสีย มวลพิษหรือสิ่งใด ๆที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นจากการประกอบ มีความผิดตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 2 แสนบาท ส่วนทางด้านการต่อเติมโรงงานทาง อบต.บางพลีใหญ่จะได้ตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตหรือไม่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่