ลุงพายัพ สมหวังแล้วไม่ต้องไปบริจาคร่างกายถึง รพ. หลังสภากาชาดบริการตรงถึงที่

ลุงพายัพ สมหวังแล้วไม่ต้องไปบริจาคร่างกายถึง รพ. หลังสภากาชาดบริการตรงถึงที่

ฉะเชิงเทรา – ลุงพายัพ ไม่ไปบริจาคอวัยวะและร่างกายยังที่ รพ.พนมสารคามแล้ว หลังจากมีหน่วยงานจากสภากาชาดไทยดอดเดินทางยกกำลังพลกว่า 20 คนบุกเข้ามาให้บริการตรงแบบเดลิเวอรี่ถึงยังภายในบ้านพัก ก่อนบอกเชิญชวนผู้คนให้ช่วยร่วมกันทำบุญบริจาควัยวะและร่างกายเพิ่ม

วันที่ 11 มิ.ย.61 เวลา 07.47 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพายัพ รอดเมือง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/17 หมู่ 11 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ชายพิการป่วยเป็นอัมพฤกษ์นอนติดเตียงมานานกว่า 21 ปี ลุงผู้ใจบุญที่ตัดสินใจช่วยบริจาคดวงตาให้แก่สาววัย 26 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ผู้พิการตาบอด ที่ต้องเลี้ยงดูลูกน้อยแต่เพียงลำพัง แต่ไม่สามารถบริจาคได้ตามความประสงค์เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายที่ยังไม่เอื้ออำนวย ว่า

นายพายัพ รอดเมือง

เมื่อวานนี้ (10 มิ.ย.61) เวลา 15.30 น.ทางสภากาชาดไทย ซึ่งนำทางมาโดยนางเนตรชนก คำดี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้พาคณะรับบริจาคจำนวนกว่า 20 คนเดินทางเข้ามาถึงยังที่บ้านเพื่อมาขอรับบริจาคอวัยวะและร่างกายถึงยังภายในบ้านพัก โดยที่ตนนั้นไม่ต้องเดินทางไปขอบริจาคร่างกายและอวัยวะยังที่ รพ.พนมสารคาม แล้ว

โดยตนได้บริจาคอวัยวะในร่างกายทั้งหมดให้แก่ทางสภากาชาดไทยไปแล้ว ส่วนร่างกายยังได้บริจาคไว้ให้เป็นอาจารย์หมอหรือเป็นอาจารย์ใหญ่ให้ทางคณะแพทย์ได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษาต่อไปอีกด้วย ซึ่งได้มีการกรอกเอกสารและมอบเอกสาร ตลอดจนคำชี้แจงอธิบายถึงขั้นตอนการบริจาคร่างกายให้ทราบแล้ว และทางกาชาดจะมีการออกบัตรแข็งของผู้บริจาคร่างกายมาให้ภายหลังอีกประมาณ 1 เดือน

ไม่ต้องมาบริจาคที่ รพ.พนมสารคาม

ซึ่งการบริจาคอวัยวะ และร่างกายในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความตั้งใจที่ตนจะขอบริจาคดวงตาให้แก่ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือน้องยุ้ย ไม่สำเร็จจึงได้หันมาบริจาคอวัยวะและร่างกายแทน เพื่อเป็นการทำบุญซึ่งการบริจาคถือว่าได้ดำเนินการไปอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดีแล้ว และขอเชิญชวนให้ผู้พิการลักษณะเดียวกันกับตน หรือผู้ป่วย หรือผู้ไม่พิการแต่อยากทำบุญนั้น มาร่วมกันบริจาคร่างกายและอวัยวะไว้ให้แก่คนที่กำลังมีความต้องการ ผู้ที่กำลังรอความหวังจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก ดีกว่าเมื่อตายไปแล้วก็จะต้องนำไปเผาทิ้งเฉยๆ โดยไม่ได้ประโยชน์อะไร

โดยตนเชื่อว่าหากเราได้เกิดมาใหม่อีกครั้ง ก็น่าจะมีอวัยวะครบถ้วน 32 เหมือนเดิม จากผลบุญที่เราได้ทำไว้นั้นถือว่าใหญ่หลวงมากยิ่งนัก ที่ยังได้ใช้ร่างกายที่บริจาคไว้ได้ช่วยเหลือชีวิตคนอื่นๆ ที่ยังรอความหวังอยู่ต่อไปมาถึงบ้านพัก

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่