รอง ผบ.ตร. เข้าค้นโรงงานนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ สืบเนื่องมาจากการค้นโรงงานแยกขยะที่คล่องด่าน

รอง ผบ.ตร. เข้าค้นโรงงานนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ สืบเนื่องมาจากการค้นโรงงานแยกขยะที่คล่องด่าน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นำกำลังพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าค้นโรงงานนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ สืบเนื่องมาจากการค้นโรงงานแยกขยะที่คล่องด่าน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 มิถุนายน 2561พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายชนะ  หงวนงามศรี สมาชืก อบจ.สมุทรปราการ คณะกรรมการและสิ่งแวดล้อม พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ นำกำลังตำรวจ สภ.บางปู ทหารร้อยรส. อ.เมืองสมุทรปราการ ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงายที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นภายในบริษัท ไทยเอ็นเตอร์ไพรส์กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 488/12 ม.2 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังสืบทราบว่าบริษัทดังกล่าว เป็นผู้นำเข้าขยะอิเลคทรอนิกส์โดยสำแดงเท็จเป็นพลาสติก มีน.ส.พิมพ์พัชชา เนตรสว่าง เป็นผู้นำตรวจค้น

จากการเข้าตรวจค้นภายในโรงงานพบพลาสติกเก่าเป็นจำนวนมาก โดยทางโรงงานระบุว่านำมาคัดแยกเผื่อผลิตออกมาเป็นเม็ดพลาสติก และมีใบอนุญาตประกอบโรงงานคัดแยกถูกต้อง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการนำเข้าและเอกสารการเสียภาษี กลับพบว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. กล่าวว่า สืบเนื่องจากการตรวจค้นโรงงานคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผิดกฎหมาย ไม่มีชื่อแห่งหนึ่งใน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ทำให้พบรถต้องสงสัยขนขยะอิเล็กทรอนิกส์จากท่าเรือแหลมฉบังมาส่ง และเมื่อสืบสวนแล้วจึงทราบว่ารถคันดังกล่าวเชื่อมโยงกับบริษัทแห่งนี้ วันนี้จึงเข้ามาตรวจสอบต้นตอการนำเข้า เมื่อตรวจสอบเอกสารก็พบว่าโรงงานแห่งนี้ มีโควต้าการนำเข้าพลาสติกเพียง 9,000 ตันต่อปีแต่ตอนนี้มียอดการสั่งนำเข้าถึง 15,000 ตันต่อปี โดยมีการนำเข้าขยะพลาสติกมาแล้วประมาณ 6,000-7,000 ตัน โดยผู้ประกอบการยอมรับว่า นำเข้าขยะพลาสติกเข้ามาแต่ไม่ได้ใช้เองและส่งต่อให้โรงงานอื่นดำเนินการไม่ต่ำกว่า 3 โรงงานรวมถึงโรงงานที่เราตรวจพบที่คลองด่านด้วย แต่ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นผู้นำเข้าขยะอิเลคทรอนิกส์ แต่ทั้งนี้ ทางตำรวจก็พบเอกสารหลักฐานการจ่ายเงินค่าส่งสินค้าให้กับบริษัทที่เอาของไปส่งที่โรงงานที่คลองด่าน และพบว่าในช่วงระหว่าง 20 วันที่ผ่านมา มีเงินโอนจ่ายไปยังประเทศจีนอีกประมาณ 28 ล้านบาทอีกด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.รบ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ม.5(6) ฝ่าฝืนมาตรการเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบในการส่งออกหรือนำเข้า รับโทษตาม ม.22 จำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนทางกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม จะพิจารณายกเลิกโควต้าการนำเข้าขยะพลาสติกของโรงงานนี้ต่อไป และประสานกรมสรรพากรเข้าตรวจสอบเอกสารทางบัญชีเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่าไม่มีมีการทำบัญชียื่นภาษีอย่างถูกต้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่