ตบเจ้าของบ้านต่อหน้าทหารตำรวจผงะซากสุนัขตาย

ตบเจ้าของบ้านต่อหน้าทหารตำรวจผงะซากสุนัขตาย

พระนครศรีอยุธยา-ตร.ทหารพร้อมอบต.ลงพื้นที่รื้อบ้านเก็บของเก่าที่มีการร้องเรียนบุกรุก พบซากสุนัขตายเกลื่อนเก็บเอาไว้ในลัง

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 มิ.ย. 2561 นายไพทูรย์  การสมศาสตร์ นักวิชาการสุขาภิบาลระดับ 7 อบต.เกาะเรียน พร้อมด้วยนายเกษม  พึ่งเย็น ปลัด อบต.เกาะเรียน  อ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุของค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเรียน   เจ้าหน้าที่ ทหารจากหน่วยรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นำโดย จ.ส.อ.สุรพจน์  สุดตาชาติ ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 18 และ ร.ต.อ.อภิชาติ  โสภณ รองสวป.สภ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันเข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อทำความสะอาดบ้านที่มีการร้องเรียนก่อนหน้านี้ว่าได้บุกรุกปลูกบ้านเพื่อเป็นที่เก็บของเก่า ในหมู่บ้านทองธรณี  หมู่ 5 ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยก่อนหน้านี้ อบต.เกาะเรียน ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า บริเวณถนนทางเดินที่ใช้ร่วมกัน หน้าบ้านเลขที่ 50/7 หมู่ 5 ต.เกาะเรียน  มีรถเข็น และสิ่งกีดขวางวางเกะกะ กีดขวางไม่สามารถสัญจรได้  และยังมีขยะมูลฝอยถูกทิ้งรกรุงรังอยู่เป็นจำนวนมาก  ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน ทั่วไป เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 มาตรา 39 พระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง พ.ศ.2535 นายศักราช  อัมวงษ์ นายก อบต.เกาะเรียน  ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้มีคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาด รื้อย้าย จัดเก็บ สิ่งของที่ปรากฏอยู่ในที่สาธารณะ หรือในที่ๆประชาชนใช้ร่วมกันออกไป ตามความในมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นร่วมกันขจัดหรือแก้ปัญหา ไม่ให้สิ่งที่ผิดกฏหมายปรากฏอยู่ในที่สาธารณะอีกต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ที่สาธารณะร่วมกัน สามารถสัญจรไปมาได้ตามปรกติ และเกิดความสะอาดเรียบร้อย ซึ่งเคยดำเนินการไปแล้ว แต่ก็กลับมีการเก็บขยะมากองเอาไว้อีก

ครั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดในพื้นที่ดังกล่าวอีก  กลับมีหญิงคนหนึ่ง ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นางแบงค์ อายุประมาณ 50 กว่าปี  ซึ่งเป็นคนจรจัด ที่เข้ามาบุกรุกยึดพื้นที่ของ นางสุนิสา ร่วมสมัคร  อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 4 ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง  เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยนางแบ๊งค์ ปลูกบ้านไม้อยู่เป็นเพิงเล็กๆ  โดยไม่ได้ขออนุญาต หรือเช่าที่จากเจ้าของที่แต่อย่างใด   ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ ได้เข้ามาขัดขวางเจ้าหน้าที่  โดยถือไม้ไล่ไม่ยอมให้เข้าทำความสะอาดบริเวณดังกล่าว  แล้วทำทีเป็นใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเจ้าหน้าที่ และประชาชน ที่เข้ามาทำความสะอาดในพื้นที่ จนเกิดมีปากเสียงกับ เจ้าของบ้านอีกหลังคือนางรัตนา  วิภัคดีรัตนมณี  อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 2 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยาจ.พระนครศรีอยุธยา   ซึ่งก่อนหน้านี้ นางแบงค์ได้บุกรุกเข้ามาอาศัยอยู่ไม่มีการขออนุญาต หรือเช่าที่จากเจ้าของที่เช่นกัน แต่ก็ถูกไล่ออกมา  โดยพบว่านางแบ๊งค์ได้นำขยะมูลฝอยมาทิ้งไว้ในบ้าน จนรกรุงรัง รวมถึงซากสุนัขตาย ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า   จนน่าสะอิดสะเอียนแก่เจ้าหน้าที่และเจ้าของบ้านที่มาดูบ้านตนเอง และจะเข้ามาทำความสะอาด โดยนางแบงค์ ไม่ยอมให้นำสิ่งของที่เป็นขยะไปทิ้ง จนเกิดการชุลมุนทะเลาะวิวาทกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อบต. ชาวบ้านเข้าช่วยห้ามปราม

ขณะเดียวกัน นางแบงค์ได้เข้าไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามีเจ้าหน้าที่ อบต.และชาวบ้านมาบุกรุกและกลั่นแกล้งตน  ต่อมาพันโทมนัสกิตติ์  ป่าขจร หัวหน้านโยบายและแผน  กอ.รมน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม  ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบกรณีดังกล่าว จึงทราบว่า นางแบงค์ผู้ที่ไปร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ อบต.และชาวบ้านเข้ามาบุกรุกและรังแกตนนั้น  นางแบงค์ได้เข้ามาบุกรุกพื้นที่ของเจ้าของที่มีกรรมสิทธิ์โดยพละการ โดยเจ้าของได้มาแจ้งสิทธิ์และแจ้งความไว้ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา และให้นางแบงค์ออกจากพื้นที่ดังกล่าว  แต่นางแบงค์ ไม่ยอมออกจากพื้นที่ดังกล่าว และยังนำขยะมูลฝอยมาทิ้งจนรกรุงรัง  พร้อมทั้งนำสุนัขมาเลี้ยงไว้นับ10 ตัว แต่ไม่ยอมให้อาหารกิน แล้วปล่อยให้สุนัขไปขอเศษอาหารจากชาวบ้านในหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก  เมื่อมีคนมาเตือน นางแบงค์จะเกรี้ยวกราด ด่าทอชาวบ้านด้วยถ้อยคำหยาบคาย  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาระงับเหตุหากพูดจาไม่เข้าข้างนางแบงค์ก็จะด่าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาระงับเหตุ และบอกว่ามีสามีเป็นนายทหาร จะสั่งย้ายไปให้อยู่ชายแดนภาคใต้ให้หมด  และยังร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับตน จนเป็นที่เอือมระอา แก่เจ้าหน้าที่ๆมาทำหน้าที่กันทั่วหน้า

นางรัตนา วิภัคดีรัตนมณี  อายุ 62 ปี เจ้าของบ้าน ที่นางแบงค์เคยบุกรุกเข้าไปอยู่ และนำขยะไปทิ้งไว้จนรกรุงรัง ก่อนหน้านี้ กล่าวว่า นางแบงค์ได้เคยบุกรุกเข้ามาอยู่บ้านที่ตนซื้อไว้กับธนาคารในราคา 350,000 บาท โดยไม่บอกกล่าว  เมื่อตนจะมาทำความสะอาดเพื่อเข้าอยู่ และให้นางแบงค์ย้ายออกพร้อมสิ่งของภายในบ้าน แต่นางแบงค์ไม่ยอมออก ตนจึงได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา แล้วนำของออกจากบ้านมากองไว้ด้านหน้า แต่นางแบงค์ได้ไปแจ้งความว่า พวกตนขโมยของของเขาไป และไม่ยอมขนของที่มีทั้งซากสุนัข เศษผ้า ตุ๊กตา ออกจากบ้าน ผ่านมาหลายปีก่อนเคนเป็นข่าวมาแล้ว   จนกระทั่งวันนี้เจ้าหน้าที่ของ อบต.ได้เข้ามาทำความสะอาดบนที่สาธารณะ  ตนจึงถือเข้ามาดูบ้านเพื่อทำความสะอาดไปเลยทีเดียวเพราะถ้าเข้ามาเองจะโดนนางแบงค์ด่าและขับไล่โดยให้สุนัขไล่กัด   แต่นางแบงค์ก็ไม่ยอมให้เอาขยะไปทิ้งอยู่ดี  จนเกิดการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น

ทางด้านนางสุนิสา ร่วมสมัคร อายุ 40 ปี เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินบ้านตรงข้ามกับนางรัตนา ที่นางแบงค์บุกรุกเข้าไปปลูกสิ่งก่อสร้างบ้านไม้อย่างถาวรอยู่  กล่าวว่า นางแบงค์ได้เข้ามาบุกรุกและปลูกบ้านอยู่โดยพละการ ไม่มีการเช่าหรือขออนุญาตแต่อย่างใด ตนจึงแจ้งความไว้ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้นางแบงค์ย้ายออก  แต่คดียังไม่คืบล้าช้า และนางแบงค์ไม่ยอมย้ายออกไป  ตนรู้สึกว่านางแบงค์พยายามยื้อเวลา ไม่ยอมออกจากพื้นที่ๆตนจะเข้าไปทำประโยชน์ โดยจะไปร้องกับหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ ตลอดเวลา ทั้งๆที่ตนเป็นเจ้าของที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตัวจริง  แต่นางแบงค์เป็นผู้บุกรุก ทำไมเจ้าหน้าที่ทำไมถึงไม่สามารถขับไล่ หรือดำเนินคดีข้อหาบุกรุกกับนางแบงค์ได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแล และพายายแบงค์ออกจากพื้นที่ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมออก ซึ่งจนท.อยู่ระหว่างหาวิธีการต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่