ผบช.ภาค 2 เร่งล่าตัวคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นทองหนีลอยนวล

ผบช.ภาค 2 เร่งล่าตัวคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นทองหนีลอยนวล

ปราจีนบุรี – รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 2 ลงพื้นที่ศรีมหาโพธิ เรียกประชุมด่วน เร่งล่าตัวคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นทอง ระบุเป็นการท้าทายกฎหมาย เปิดหน้าเปิดตาเข้าก่อเหตุ ต่อหน้าประชาชนที่ใช้บริการอยู่ในร้าน และไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก่อนจะหาแนวทางการป้องกันการก่อเหตุซ้ำรอยอีก

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืบหน้ากรณีที่ สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายรูปร่างสูงโปร่ง อายุประมาณ 25-30 ปี เข้ามาทำทีว่าจะซื้อทอง แต่เมื่อสบโอกาสได้วิ่งราวทรัพย์สร้อยคำทองลายทาโร่มะรุม น้ำหนัก 3 บาท มูลค่า 60,600 บาท ขึ้นจักรยานยนต์ MSX ทะเบียน 3755 ขับหลบหนีไป โดยเหตุเกิดที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน เดอะเรดซิเด้น ตรงข้ามตลาดกองไทย ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ช่วงเย็นวันที่ 7 มิ.ย.61 นั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.ภาค 2 เดินทางลงพื้นที่ สภ.ศรีมหาโพธิ พร้อมกับเรียก พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิและพนักงานสอบสวนในคดี เพื่อเร่งรัดติดตามคดี โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่า คนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี โดยใช้เวลาประชุมและสั่งการประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.อำพล เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังติดตามตัวคนร้ายอยู่ ไม่น่าจะติดตามยาก เพราะมีทิศทางที่จะไปหาตัวคนร้ายได้แล้ว ตอนนี้สำคัญที่สุดคือ เน้นเรื่องงานป้องกัน เพราะมีร้านทองทั้งหมด 26 ร้าน จึงเรียกมาคุย ต้องมีรั้วรอบขอบชิด ให้มาซ้อมแผนการป้องกัน เมื่อเกิดเหตุแล้วจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเร็วที่สุด จะช่วยการสกัดจับได้ ขณะเดียวกันจะให้ดูมุมกล้องต่าง ๆ ในร้าน หาแนวร่วมในการตั้งกล้องตามจุดต่าง ๆ หรือช่วยกันสอดส่อง ส่วนคนร้ายจะเป็นคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่นั้น ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อนจึงตอบได้

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่บริเวณร้านทองชุนหลิม ที่ถูกคนร้ายชิงทองรูปพรรณไปพบว่า ยังเปิดให้บริการตามปกติ ภายในร้านยังคงพบพนักงานทั้งสองมาทำงานตามปกติ ซึ่งนางสาวสุพัตรา ดำสนิท อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 7 ต.บ้านไร่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คนร้ายที่มาก่อเหตุอายุประมาณ 27-30 ปี แต่งตัว ผิวขาว ผิวพรรณดี พูดจาดีออกแนวคุณหนู ไม่น่าที่จะเป็นคนร้าย เข้ามาในช่วงแรกถามหาสร้อยคอ 3 บาท ที่ร้านมีอยู่ 5 เส้น คนร้ายจึงขอดูใกล้ ๆ หลังจากนั้นเขาได้หยิบเส้นที่ลายโปร่ง 3 บาทมาลองและถามหาแหวน 2 บาทและ 1 บาท แต่ทางร้านไม่มี มีแต่ 2 สลึง พอดีช่วงนั้นมีลูกค้าเข้ามาจำนำทอง พนักงานอีกคนเขียนใบจำนำอยู่ ส่วนตนเองนั้นกำลังจะหันไปหยิบเงินให้กับลูกค้าที่เข้ามาจำนำทอง คนร้ายจึงใช้จังหวะนั้นวิ่งหนีออกไป พวกตนจึงรีบวิ่งตามออกไปแต่ก็ไม่ทัน

————————
ข่าว-ภาพโดย/สายชล หนูแดง

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดปราจีนบุรี กดอ่านที่นี่