11 ธันวา ชี้ชะตาอนาคตใหม่ ปมกู้เงิน “ธนาธร”จะถูก กกต.ชงยุบพรรคหรือไม่…?

11 ธันวา ชี้ชะตาอนาคตใหม่ ปมกู้เงิน “ธนาธร”จะถูกชงยุบพรรคหรือไม่…?

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กำหนดมาแล้วว่าวันที่ 11 ธันวาคมนี้จะเป็นวันประชุมชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่กรณียืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค 191 ล้านบาท หลังจาก กกต.ให้พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในวันที่ 2 ธันวาคม แต่พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมไม่ทัน อ้างว่าเอกสารมากถึง 90 แฟ้ม เวลาแค่สองสัปดาห์เตรียมการไม่ทัน

ย้อนไปดูความเป็นมาของคดีนี่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม นักการเมืองตัวจี๊ดในพรรคเพื่อไทยหลายคน ได้กลิ่นว่าอนาคตของพรรคข้างบ้านคือ “พรรคอนาคตใหม่” อาจเจอข่าวร้ายถึงขั้นถูกยุบพรรคได้

1 เดือนต่อมา ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดบัญชีทรัพย์สิน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นอกจากมีทรัพย์สิน 5 พันล้าน ยังปล่อยกู้พรรคอนาคตใหม่ทั้งสิ้น 191 ล้านบาท

กรณี “เงินกู้” ของพรรคอนาคตใหม่ เป็นสำนวนที่คาอยู่ในชั้นอนุกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาพักใหญ่ อาจเป็นความบังเอิญที่คณะอนุกรรมการไต่สวนปมเงินกู้เสร็จพอดีกับที่ ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน สถานการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ จึงอยู่ในภาวะขวัญผวาอีกครั้ง แม้ กกต.เป็นแค่ “หน้าด่าน” ของการยุบพรรค

พลิกกฎหมายพรรคการเมือง 2560 ยังมีข้อกังขาว่า “พรรคอนาคตใหม่” สามารถใช้ “เงินกู้ 191 ล้านบาท” ของนายธนาธร ในการทำกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่

มาตรา 62 กฎหมายพรรคการเมือง กำหนด “รายได้ของพรรคการเมือง” 7 ข้อ 1.เงินทุนประเดิมพรรค 2.เงินค่าธรรมเนียมและค่าบํารุงพรรคการเมืองตามที่กําหนดในข้อบังคับ 3.เงินที่ได้จากการจําหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง 4.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง 5.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค 6.เงินอุดหนุนจากกองทุน 7.ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง

ขณะที่มาตรา 87 ของกฎหมายเดียวกันกำหนดว่า “เงินและทรัพย์สินของพรรคการเมือง” ต้องนําไปใช้จ่ายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและสมาชิก และใช้จ่ายในการบริหารพรรค

ย้อนกลับไปที่มาตรา 62 โดยต้องตีความว่า “เงินและทรัพย์สินของพรรคการเมือง” จะมาจากการกู้เงินได้หรือไม่ เพราะทั้ง 7 ข้อในมาตรา 62 ไม่ได้บัญญัติเรื่องการกู้เงินมาเป็นรายได้ของพรรค มีแต่การระดมทุนหรือรับบริจาค

การบริจาคยังกำหนดในมาตรา 66 ว่าห้ามบุคคลใดบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเกิน 10 ล้านบาทต่อปี และพรรคการเมืองจะรับเงินบริจาคเกิน 10 ล้านบาทต่อปี จากคนคนเดียวกันไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมายพรรคการเมือง

อีกทั้งในสำนวนการสอบสวนของอนุกรรมการ กกต. ยังได้ประจักษ์พยานว่า เมื่อ 15 พ.ค. “ธนาธร” ได้บรรยายตอนหนึ่งระหว่างรับเชิญจากสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ว่า ในช่วงระหว่างหาเสียงเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถระดมทุนได้ทันเวลาสำหรับการหาเสียง จึงให้เงินพรรคยืม 191 ล้านบาท
เท่ากับว่านายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ยอมรับว่าเงินที่พรรคใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. เป็นเงินกู้จากนายธนาธร

หากทำผิดมาตรา 66 โทษไม่ถึงยุบพรรค แต่ทั้งจำ-ทั้งปรับ และตัดสิทธิการเมือง 5 ปี ทั้งคนบริจาคเกิน 10 ล้าน และหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคที่รับเงิน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อธิบายว่า ทาง กกต.ได้ออกหมายเรียกมายังพรรคเพื่อให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม พรรคจึงได้ส่งเอกสารกลับไป เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทาง กกต.ได้ขอเอกสารเพิ่มเติม ประกอบด้วยบัญชีรายวันแสดงรายได้ รายรับ-รายจ่าย บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค บัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สินของพรรคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562- 30 กันยายน 2562 รวม 9 เดือน โดยขีดเส้นให้ทางพรรคส่งภายใน 2 ธันวาคม ทำให้มีเวลาในการจัดเตรียมเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้น และกกต. ได้ออกหมายเรียกพยานเอกสารจำนวนหลายรายการ ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ พรรคจึงได้ส่งเอกสารบางส่วนไปให้กับทาง กกต. ประกอบด้วย สัญญากู้ยืมเงิน หลักฐานการชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการยืนยันว่า มีการกู้เงินและคืนเงิน แก่ผู้ให้กู้ จึงมองว่าหากจะให้ส่งเอกสารทั้งหมด 9 เดือน 4 รายการ จะมีเอกสารประมาณ 90 แฟ้ม มีความหนา 3 นิ้ว โดยมีเวลาเพียง 2 สัปดาห์นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะทางพรรคตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคมวลชนมีการขายสินค้าเพื่อหารายได้ มีการรับบริจาค ไม่ใช่พรรคที่มีนายทุนจึงมีเอกสารต่างๆ ในแต่ละสาขาพรรคจำนวนมากมาย เมื่อขอเวลารวบรวมเอกสาร ทาง กกต.ปฏิเสธ จึงตั้งข้อสงสัยว่า กกต.จะขอเอกสารเหล่านี้ไปเพราะเหตุใด เพราะความจริงมีเพียงว่า การกู้เงินทำได้หรือไม่

ทั้งพรรคยืนยันว่า พร้อมส่งหากมีเวลาขยายขอบเขตการจัดเตรียมเอกสาร แต่หากทางพรรคเห็นว่า กระบวนการในชั้นสืบสวนสอบสวน และการมีมติของ กกต. ทำไปโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้ง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ทางพรรคจะขอฟ้องดำเนินคดีทางแพ่ง และอาญาต่อไป พร้อมฝากให้ กกต.ปรับวิธีในการทำงานกับพรรคการเมือง

11 ธันวาคม ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่า เมื่อพรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารให้ กกต.ไม่ทัน และ กกต.ได้ตัดพยานเอกสารตามที่ขอออกไป พร้อมนัดชี้ขาดในวันที่ 11 ธันวาคมว่าจะชงให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ และศาลจะตัดสิทธิ์ทางการเมืองของนายธนาธรหรือไม่ และตัดสิทธิ์กี่ปี…?

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
7 ธันวาคม 2562

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น