จนมุมแล้วหัวขโมยสุดแสบไม่เว้นไม้จิ้มฟันบุกงัดแหลกสัปดาห์เดียวเกลี้ยงกว่า60หลัง

จนมุมแล้วหัวขโมยสุดแสบไม่เว้นไม้จิ้มฟันบุกงัดแหลกสัปดาห์เดียวเกลี้ยงกว่า60หลัง

ชัยภูมิ – พฤติกรรมสุดแสบขโมยไม่เลือกไม่เว้นแม้ไม้จิ้มฟัน มาม่า ครก สาก เครื่องครัวทุกชนิดก็ไม่เว้น เพียงแค่ตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมากว่า สัปดาห์มีผู้เสียหายมากกว่า 60 ครอบครัว จน จนท.ในรอย ต่อ 2 อำเภอ 2โรงพัก ต้องสนธิกำลังไล่ล่ามาต่อเนื่องสุดท้ายจนมุมแล้วสารภาพสิ้นขโมยไม่เลือก!

( 8 มิ.ย.61 ) เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา พล.ต.ต.สมพจน์  ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ (ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ) ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.สุราษ  แก้ววังปา สว.สส. สภ.เทพสถิต พร้อมด้วย ร.ต.อ.เลิศฤทธิ์  วิชาโคตร รอง.สว.สส. สภ.บำเน็จณรงค์ พร้อมด้วยนายวิชัย  ตั้งคำเจริญ นายอำเภอเทพสถิต ซึ่งได้สั่งมอบหมายเร่งด่วนให้ นายเรืองฤทธิ์  แบสิ่ว ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำสนธิกำลังฝ่ายปกครอง ร่วมบูรณาการกับ จนท.ตำรวจใน 2 ท้องที่ใกล้ที่เกิดเหตุ

เร่งออกติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ซึ่งมีพฤติการณ์ก่อคดีออกตระเวณลักทรัพย์เข้าไปงัดบ้านเรือนประชาชนเข้าไปขโมยของภายในบ้านมาต่อเนื่องมีผู้ได้รับความเสียหายมากกว่า 60 หลังคาเรือนแล้วในหลายพื้นที่รอยต่อกว่า 3 อำเอภอ ใน รอยต่อ 2 จังหวัดในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ใน 2 อำเภอในเขตอำเทพสถิต และอ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และในเขตอ.เทพารัก จ.นครราชสีมา

โดยได้ประสาน จนท.ตำรวจ ทั้งจากที่สภ.บำเหน็จณรงค์ และสภ.เทพสถิต ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ที่มีการสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบอยู่ในพื้นที่ และได้ติดตามเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาครั้งนี้ได้ในเขตอ.เทพสถิต ซึ่งผู้ต้องหารายนี้คือ นายอนุวัตร หรือทุย พีขุนทด อายุ 28 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่บ้านเลขที่2/301ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพมหานครฯ พร้อมด้วยของกลางเป็นรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ รุ่น 110 สีน้ำเงินดำ หมาเลขทะเบียน 1กต2164 นครราชสีมา ซึ่งเป็นรถที่ใช้ขี่ออกตระเวนขโมยเข้างัดบ้านประชาชนไปทั่ว ไม่เว้นแม่ช่วงกลางวันและกลางคืน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้จะขับผ่านบ้านใครเห็นว่าคนไม่อยู่บ้านก็จะจอดรถลงมือแอบปีนงัดบ้านคนเข้าไปขโมยของทันที

ซึ่งมีการตระเวนเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ในรอยต่อ 3 อำเภอและล่าสุดเข้ามาก่อเหตุในเขตอำเภอเทพสถิต จนมีผู้เสียหายจำนวนมากรวมมากกว่า 60 รายที่เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เทพสถิต มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พ.ค.61 หลังจากจากนั้นก็ได้ขับรถหลบหนีไปหาซ่อนตัวอยู่ในไร่บริเวณเพิกพัก ริมถนนข้างคลองส่งน้ำ ม.14 ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ ก่อนที่จะกลับมาหาขับรถวนก่อเหตุในพื้นที่อ.เทพสถิต จนถูกเจ้าหน้าที่เกะรอยติดตามจับกุมตัวในครั้งนี้ไว้ได้ก่อน

ด้านผู้ต้องหารายนี้เอง ยอมรับสารภาพว่า ตนเองไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และเคยเสพยาบ้าเป็นประจำจนเคยถูกจับจำคุก มาแล้วถึง 3 ครั้ง และในคดีลักทรัพย์ครั้งนี้ก็ยอมรับว่าก่อคดีลักทรัพทย์มาแล้วอย่างนับครั้งไม่ถ้วนในรอยต่อ 3 อำเภอทั้งที่อ.เทพสถิต ,อ.บำเหน็จณรงค์ และอ.เทพารัก น่าไม่ต่ำกว่า 60 หลังคาเรือน ที่เคยเข้าไปงัดบ้านขโมยทรัพย์มาแล้ว

โดยจะใช้จยย.ที่โจรกรรมมาครั้งนี้ ใช้ขับตระเวณออกลักทรัพย์ของชาวบ้านโดยจะเลือกบ้านที่ไม่มีคนอยู่และอยู่ห่างจากชุมชนโดยจะขโมยทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เงินสดเคยได้มากถึงกว่า 1 แสนบาท และสร้อยคอทองคำ รถจักรยานยนต์ เงินหลักหมื่น หลักพัน หลักร้อย อาวุธปืน พระเครื่อง มาม่า นม ข้าวสาร โดยจะออกปฎิบัติในเขตพื้นที่เทพารักษ์จังหวัดนครราชสีมาและอำเภอเทพสถิตและอำเภอบำเน็จณรงค์จังหวัดชัยภูมิ เมื่อได้ทรัพย์สินมาโดยเฉพาะ จยย.ก็จะแยกชิ้นส่วนออกขาย ส่วนทรัพย์สินอื่นๆก็จะนำไปขายให้คนรู้จักในพื้นที่ เงินสดก็จะนำไปเที่ยวเตร่เมื่อเงินหมดก็จะกลับมาตระเวนลักทรัพย์อีกต่อไปเรื่อยๆ ก่อนจะมาถูกจับได้ครั้งนี้

ซึ่งด้านพ.ต.ท.สุราษ  แก้ววังปา สว.สส. สภ.เทพสถิต หัวหน้าชุดร่วมจับกุมครั้งนี้ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมาต่อเนื่องนานนับเดือนแล้ว ที่เจ้าหน้าที่เราต้องการตัวมาก ซึ่งมีพฤติกรรมเข้ามาก่อคดีงัดบ้านคนเข้าไปลักทรพย์มาอย่างโชกโชนโดยจะลงมือทั้งกลางวันและกลางคืนและจะโขมยทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน มาม่า ครก สาก เครื่องครัวของเล็กน้อยก็ไม่เว้น ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่มากและหลังจับกุมตัวได้ครั้งนี้ก็จะได้ตั้งข้อหาหนักอีกหลายคดีเพื่อควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในอีกหลายท้องที่ต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่