ตรวจแหล่งที่มาแหล่งรับซื้อขยะ ห้ามขยะพิษ พบปัญหาที่ฝังกลบใกล้เต็ม

ตรวจแหล่งที่มาแหล่งรับซื้อขยะ ห้ามขยะพิษ พบปัญหาที่ฝังกลบใกล้เต็ม

อุบลราชธานี – เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร่วมอำเภอตรวจสอบแหล่งรับซื้อขยะ ห้ามนำ ขยะพิษ เข้าพื้นที่ แต่มีปัญหาแหล่งใช้ฝังกลบเศษขยะเหลือจากการคัดแยกใกล้เต็ม

หลังเกิดข่าวมีการตรวจสอบตามแหล่งรับซื้อขยะในหลายจังหวัดภาคอีสาน มีการนำขยะอีเลคทรอนิกส์มารีไซเคิ้ลและก่อให้เกิดปัญหามีขยะที่สร้างมลภาวะเป็นพิษเหลือตกค้างในพื้นที่

จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีแหล่งรับซื้อขยะรายใหญ่ในเขตเทศบาลตำบลบ้านกอก อ.เขื่องใน นายสมมาตร โพธิ นายอำเภอนำเจ้าหน้าเทศบาล พร้อมสาธารณสุข และทหารเข้าตรวจสอบแหล่งรับซื้อที่บ้านนาแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อและแหล่งรวมของขยะของจังหวัดพบรถเร่รับซื้อขยะจากอำเภอต่างๆ นำขยะมาขายให้กับทางร้านรับซื้อที่มีผู้ประกอบการประมาณ 100 ราย

โดยขยะที่หมู่บ้านขยะแห่งนี้รับซื้อ แบ่งเป็นขยะจากพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งรถจักรยานยนต์เก่า โดยผู้ประกอบการจะนำขยะที่รับซื้อทั้งหมด คัดแยกแบ่งกลุ่มของขยะแต่ละชนิด แล้วทำการส่งขายให้กับแหล่งรับซื้อขยะที่นำไปรีไซเคินใหม่ตามจังหวัดปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร

ส่วนขยะที่ไม่อยู่ในสภาพนำกลับไปใช้งานได้ทันที ก็จะมีการคัดแยกชิ้นส่วนเอาตัวถังที่เป็นพลาสติก เป็นโครงเหล็ก ลวดทองแดง จอภาพ หรือแผงวงจรไฟฟ้าออกมาขายเป็นขยะรวม ส่วนขยะที่เหลือจากการคัดแยกแล้วนำกลับไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เช่น โฟนใช้หุ้มตัวถังตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ก็จะส่งให้เทศบาลตำบลบ้านกอกนำไปฝังกลบที่บ่อขยะของเทศบาล ไม่มีการใช้วิธีเผาทำลาย

นายอัษฏายุทธ กุแก้ว ปลัดเทศบาลตำบลบ้านกอกกล่าวว่า ชาวบ้านนาแก้วประกอบอาชีพรับซื้อขยะมานานหลายสินปี โดยจะรับซื้อขยะชนิดต่างๆ จากรถเร่ในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงมาทำการคัดแยกเอาส่วนที่ยังใช้ได้ส่งไปขายให้กับแหล่งรับซื้อในส่วนกลางของประเทศ จึงไม่มีปัญหาเหลือขยะที่เป็นมลภาวะเป็นพิษตกค้างในพื้นที่

ส่วนที่เป็นปัญหาคือ เศษชิ้นส่วนของขยะที่เหลือจากการคัดแยกชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โฟน ที่ส่งมาให้เทศบาลนำไปทำลายโดยการฝังกลบในบ่อขยะของเทศบาล ซึ่งขยะส่วนนี้ กำลังจะกลายเป็นปัญหาไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากบ่อขยะของเทศบาลที่มีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่เศษ ขณะนี้เหลือพื้นที่ให้ทำการฝังกลบได้อีกเพียง 2 ไร่เศษ จึงได้มีการขอร้องผู้ประกอบการกำชับไม่ให้รถเร่รับซื้อขยะที่มีโฟนเป็นส่วนประกอบจำนวนมากนำเข้ามาในพื้นที่ เพื่อใช้แก้ปัญหาในช่วงนี้ไปก่อน

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการทุกราย จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพกับทางโรงพยาบาลประจำอำเภออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อดูว่ามีการรับสารพิษจากการรับซื้อหรือระหว่างทำการคัดแยกขยะด้วยหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่พบผู้ประกอบการและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบเรื่องสารพิษตกค้างใดๆ

นอกจากนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 จังหวัดอุบลราชธานี ก็เข้ามาตรวจวัดหาสารตกค้างตามแหล่งน้ำใช้ผิวดินของชาวบ้าน และแหล่งน้ำสาธารณะที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงหมู่บ้าน ก็ยังไม่มีรายงานการพบปัญหามีสารพิษตกค้างใดๆในขณะนี้ด้วย

ขณะที่นายเสถียร พลพวก อายุ 47 ปี ผู้ประกอบการรับซื้อขยะรายใหญ่ของบ้านนาแก้ว ซึ่งประกอบอาชีพมานับสิบปีระบุว่า การรับซื้อขยะจะซื้อจากรถเร่ในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ไม่มีการรับซื้อขยะอิเล็กทรอนิกส์มาจากต่างประเทศ เพื่อทำการคัดแยกเหมือนที่เป็นข่าว ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อมาแล้วขายไป

ยกเว้นในส่วนขยะที่ไม่พร้อมนำกลับไปใช้ได้ทันที ก็จะคัดแยกเอาชิ้นส่วนต่างๆออกมาแบ่งขายเป็นกลุ่มๆ คือ ขายเป็นพลาสติก เป็นเหล็ก เป็นทองแดง ส่วนที่เป็นแผงวงจรหรืออีเล็กทรอนิกส์ก็เป็นส่วนน้อย สำหรับโฟนขณะนี้ เทศบาลมีการกวดขัน จะไม่รับซื้อขยะที่มีโฟนเป็นส่วนประกอบจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่

ส่วนขยะที่เป็นสารพิษ เช่น ขวดบรรจุยาเวชภัณฑ์ หรือน้ำยาเคมีต่างๆ ไม่มีการรับซื้อเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการและชาวบ้านนาแก้ว ไม่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีตกค้างใดๆ

ข่าวโดย : เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงศ์

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่