แม่โดนรังแก ลูกชายโวย! สถานบันเทิงบีบขายบ้านหลังละ 7 ล้าน

แม่โดนรังแก ลูกชายโวย! สถานบันเทิงบีบขายบ้านหลังละ 7 ล้าน

ประกาศขายบ้าน ! สุดทน แม่นอนฟังเสียงเบสสะเทือนไปทั้งบ้านนานนับปี ร้องหน่วยงานรัฐยังเงียบ แถมโดนบีบขายบ้านหลังละ 7 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาท้องตลาด ลูกชายเจ้าของบ้านขอแม่อยู่อย่างสงบ สงสารคนแก่ ใครอยากซื้อจริงขายให้เลย วอนหน่วยงานรัฐเห็นใจช่วยเหลือ 
จากกรณี นางเจริญสุข พุฒนวล อายุ 66 ปี และ นายปิยวุฒิ พุฒนวล อายุ 34 ปี แม่-ลูก ชาวเทศบาลนครตรัง ขึ้นป้ายประกาศขายบ้าน ซึ่งอยู่ฝั่งทิศเหนือ อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ พร้อมติดป้ายประจานหน่วยงานของรัฐที่ไม่สามารถแก้ปัญหาเสียงดังจากสถานบันเทิงที่ส่งเสียงรบกวนในเวลากลางคืน ถึงแม้จะมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ อาทิ เทศบาลฯ ,ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักนายกฯ แต่ก็ยังคงไร้วี่แววในการแก้ไขปัญหา

วันที่ 7 มิ.ย.61 นายกรกต พุฒนวล ลูกชายเจ้าของบ้าน เปิดเผย “77 ข่าวเด็ด” ว่า บ้านหลังดังกล่าวมีแม่กับน้องชายอาศัยอยู่ ก่อนจะมีร้านอาหารมาเปิด และส่งเสียงเพลงดังจนเกิดความรำคาญ โดยที่เสียงเบสทำให้ฝ้าเพดานแตก ทำให้แม่ของตนซึ่งอายุมากแล้วต้องแจ้งตำรวจให้เข้ามาช่วยดูทุกคืนเป็นเวลานานนับปีแล้ว ซึ่งทางครอบครัวเคยทดลองความดังของเสียง ด้วยการนำน้ำใส่แก้วตั้งวางไว้ มีการถ่ายคลิป และไลฟ์เก็บข้อมูล ปรากฎว่า เสียงดังกระทั่งน้ำในแก้วกระฉอกออกมา

ทั้งนี้ ทางบ้านเคยแจ้งเจ้าของร้านทราบแล้ว แต่ดูเหมือนไม่ได้รับความสนใจ หรือแก้ไข จึงไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้เรียกเจ้าของร้้านมาพูดคุยเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ถึงวันนี้เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใดว่า ทางร้านมีความผิดหรือไม่ ดังนั้น แม่ของตน จึงเดินทางไปทำหนังสือร้องเรียน คสช.อีกครั้ง ในวันที่ 17 เม.ย. หลังจากนั้นจึงเริ่มมีหลายหน่วยงานให้ความสนใจ

โดย นายกรกต กล่าวว่า รู้สึงคลางแคลงใจว่าร้านดังกล่าวเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะทางอำเภอเคยบอกว่า ร้านนี้ขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหาร ขายสุรา ถูกกฎหมาย และปิดในเวลาเที่ยงคืน แต่จากข้อมูลที่ตนทราบจากคนที่เคยไปเที่ยวในร้าน บอกว่า ข้างในเป็นสถานบันเทิง เปิดเพลงฟังกันอย่างสนุกสนาน และส่งเสียงดังจนแม่ของตนนอนไม่ได้

ซึ่งแม่ป่วยเป็นโรคความดัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ เข้าไปตรวจสอบว่า ร้านดังกล่าวเป็นสถานบริการจริงหรือไม่ และทำไมต้องรอการประนีประนอม เพราะหากทางร้านผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังเกิดเหตุการณ์ ได้บอกให้แม่ยอมขายบ้านทิ้งไปเพื่อหนีปัญหา

แต่หลังจากที่เข้าร้องเรียนครั้งล่าสุด มีผู้ใหญ่คนหนึ่งโทรมาหาตนให้ไปคุยกันที่ร้าน เท่าที่ตนเห็นพบว่า สภาพร้านเป็นบ้าน ล้อมรอบด้วยสังกะสี ไม่มีวัสดุกันเสียง มีแต่รังโฟมคล้ายรังไข่ไก่แปะไว้ตามข้างฝา และเมื่อตนเดินทางกลับ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรกลับมาเจรจาขอซื้อบ้านของตนในราคา 7 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ราคาที่ดินเปล่าในบริเวณนั้น ปกติพื้นที่ขนาด 1 ห้อง ขายกันในราคา 2.5 ล้านบาท และบ้านของตนมี 4 ห้อง ราคาร่วม 10 ล้านบาท กลายเป็นว่า โดนบีบบังคับให้ขายแค่ 7 ล้านเพื่อจบปัญหา และต้องย้ายออกจากบ้านไปทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร

สุดท้าย อยากวอนเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งผู้ว่าฯ นายอำเภอ และรัฐบาล เข้ามาตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย โดยฟังเสียงเล็กๆ ของชาวบ้าน แก้ปัญหาให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง // ตรัง ขึ้นป้ายขายบ้านสุดทนเสียงดังจากสถานบันเทิง

ติดตามคลิป live สด // 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่