สมาชิกสหกรณ์ครูขอนแก่นโต้กันเดือด เงินหาย 431 ล้าน

สหกรณ์ครูขอนแก่น

ขอนแก่น – สหกรณ์ครูขอนแก่นเตรียมแจ้งความอดีตคณะกรรมการบริหาร 4 รายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางบัญชี ฐานยักยอกเงินกว่า 400 ล้านในวันที่ 6 ธ.ค.นี้  

วันนี้ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติจังหวัดขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น  ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เป็นประธานการประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด  เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวกรณีเงินในบัญชีฝากประจำของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด หายไปจำนวนกว่า 400 ล้านบาทจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องการตรวจสอบจากการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา  โดยมีที่ปรึกษา ผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้แทนสมาชิก และสมาชิก เดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างล้นหลาม จำนวนกว่า 1,000 คน

บรรยาการการประชุมวันนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น สมาชิกผลัดกันขึ้นสอบถามข้อสงสัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้คณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯ ไปตรวจสอบเพิ่มเติม  ด้านประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ  ผู้จัดการ และคณะกรรมการบริหาร ได้ขึ้นชี้แจงการบริหารงานสหกรณ์ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งที่ผ่านมา  ทั้งการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันความเสี่ยงธุรกิจของสหกรณ์ฯ งบการเงินประจำปี ตั้งแต่ปี 2553 – 2561 และรายงานการตรวจสอบเงินหายโดยพบว่า

เริ่มตั้งแต่ 30 มี.ค. 2553 ที่สหกรณ์ฯ นำเงินจำนวน 748 ล้านบาท ไปค้ำประกันสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือการกุศลเต็มจำนวน โดยอนุมัติให้เปิดบัญชี ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาถนนดินแดง เลขที่บัญชี 144-101918-9 และมอบอำนาจให้คณะกรรมการ 4 คน เป็นผู้ดำเนินการแทน และเป็นผู้มีอำนาจลงนามในการทำธุรกรรมกับธนาคารโดยสั่งจ่าย 3 ใน 4 คน

จากนั้นมีการโอนเงินเข้าออกอีกหลายครั้งในช่วงปี 2554-2556 แต่เมื่อเปรียบเทียบยอดเงินฝากประจำในรายงานประจำปีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด และ ยอดเงินจริงตาม statement กลับพบว่า ตัวเลขไม่ตรงกัน โดยตั้งแต่ปี 2554 ยอดเงินในรายงานประจำปี มีจำนวน 1,144 ล้านบาท ขณะที่ยอดเงินใน statement มีเพียง 748 ล้านบาทเท่านั้น และจากนั้นยอดเงินในทั้งสองส่วนก็แตกต่างกันมาตลอด กระทั่งปัจจุบันยอดเงินในรายงานประจำปีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เหลือจำนวน 427,136,498.98 บาท  ขณะที่ยอดเงินใน statement เหลือจำนวน 78,924.91 บาทเท่านั้น

ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบรายการในรายงานประจำปีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด และ ยอดเงินตาม statement จะพบว่า มีเงินที่หายไปไม่ต่ำกว่า 427 ล้านบาท  สอดคล้องกับข้อความในสารจากประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ที่ส่งถึงสมาชิกสหกรณ์ฯ เมื่อค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ดังนี้

เรียน  สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ทุกท่าน

ด้วยคณะกรรมการดำเนินการมีมติให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม 2562  ณ  ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เวลา  09.00 น. เป็นต้นไป  สืบเนื่องจาก ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น และคณะ ได้ยื่นเรื่องขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ วัตถุประสงค์เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวกรณีเงินในบัญชีฝากประจำของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด หายไป 400 กว่าล้านบาทจริงหรือไม่ เป็นการตรวจสอบจากการประชุมใหญ่วิสามัญที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562   ดังนั้นคณะกรรมการจึงมีมติเป็นเอกฉันท์กำหนดเปิดประชุมใหญ่วิสามัญตามข้อบังคับข้อ 62 วรรคสอง จึงเชิญชวนสมาชิกทุกท่านที่สนใจเข้ารับฟังคำชี้แจงดังกล่าว คณะกรรมการดำเนินการได้ตระหนักและใส่ใจตามคำอภิปรายของผู้แทนสมาชิกและชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นที่ติดตามความเคลื่อนไหว โดยมีกระบวนการทำงานเพื่อให้ได้คำตอบชี้แจงต่อสมาชิก ดังนี้

19  ตุลาคม 2562  ที่ประชุมใหญ่วิสามัญที่ จ.หนองคาย ได้มอบภารกิจให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเงินฝากประจำหายไปกว่า 400 ล้านจริงหรือไม่

24 ตุลาคม 2562  คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รายงานภายใน 7 วัน

5 พฤศจิกายน 2562 ชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ยื่นขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว

5 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานคณะกรรมการดำเนินการทราบและขยายเวลาในการตรวจสอบคณะกรรมการมมีติให้ขยายเวลาออกไปถึง 30 พฤศจิกายน 2562 และมีมติใหทำหนังสือขอ Statement จากธนาคาร

8 พฤศจิกายน 2562  ทำหนังสือขอ Statement จากธนาคาร 18 พฤศจิกายน 2562 ธนาคารแจ้งกลับไม่สามารถให้ Statement ได้ ต้องให้ผู้มีอำนาจกระทำการในสมุดคู่ฝาก 3 ใน 4 คนลงชื่อยื่นขอ Statement

18 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการดำเนินการเดินทางไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขอปรับสมุดคู่ฝากและขอ statement แต่ไม่สามารถดำเนินการได้

21 พฤศจิกายน 2562  คณะกรรมการดำเนินการมีมติมอบคณะทำงานขอใบเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อ และขอ Statement จากธนาคาร   ไทยพาณิชย์ ที่ กทม.

25 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย ลงไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนดินแดน กทม. และได้รับ Statement

27 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการนำ statement ที่ได้รับมาพิจารณาดำเนินการตรวจสอบมีมติตามข้อบังคับที่ 104

จึงเรียนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นที่รักทุกท่านว่าคณะกรรมการได้ทำงานตามที่สมาชิกมอบหมาย การดำเนินการครั้งนี้ไม่มีเจตนาใส่ร้ายใคร หรือขุดคุ้ยเรื่องเดิม หรือกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น หรือเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น แต่คณะกรรมการดำเนินการกระทำการด้วยตระหนักในหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก่อนวันประชุมใหญวิสามัญประจำปี วันที่ 19 ตุลาคม 2562 คณะกรรมการดำเนินการยังมีมติครั้งที่ 24/2562 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เตรียมการวางแผนปันผล-เฉลี่ยคืน โดยมีมติให้ถอนเงินฝากประจำที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนดินแดง เลขที่บัญชี 144-101918-9 จำนวน 400,000,000.00 บาท (สี่ร้อยล้านบาทถ้วน) นั้นก็แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการเชื่อโดยสุจริตว่า มีเงินในบัญชีดังกล่าวจริง จากเอกสารที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์นำเสนอเป็นประจำทุกเดือน พอตรวจสอบจาก Statement ที่ได้รับปรากฏว่า เงินคงเหลือจริง 79,714.16 บาท เมื่อเป็นเช่นนี้คณะกรรมการได้ดูเอกสารการประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ 31/2562 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งระบุยอดเงินฝากประจำธนาคารดังกล่าว จำนวน 431,941,748.59 บาท แสดงว่าเงินหายไป จำนวน 431,862,070 บาท  เพื่อให้เกิดความชัดเจนเพิ่มเติมได้ไปดูในรายงานประจำปีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ดังนี้

จากข้อสันนิษฐานดังกล่าวคณะกรรมการเชื่อว่าน่าจะมีการยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด น่าจะเริ่มตั้งแต่ปี 2554 จำนวน 396,000,000 บาท  คณะกรรมการจึงมีมติตามข้อบังคับข้อที่ 104 มอบฝ่ายกฎหมายของสหกรณไปดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตามเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ข้อเท็จจริงจะปรากฏเมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองและผู้ตรวจสอบจะได้หาข้อเท็จจริงต่อไป

จึงเรียนสมาชิกทุกท่านได้ทราบเป็นเบื้องต้น คณะกรรมการดำเนินการขอยืนยันว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เรายังมีความมั่นคง การดำเนินงานของสหกรณ์ฯ เป็นไปปกติ ไม่กระทบต่อปันผลเฉลี่ยคืนที่กำหนดในการประชุมใหญ่เพื่อจัดสรรกำไรสุทธิในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 อย่างแน่นอน  ขอให้ความมั่นใจกับมวลสมาชิกว่า สหกรณ์ฯ ของเรามีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกสืบไป

ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

(นายอนศุาสตร์  สอนศิลพงศ์)

ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด

ขณะที่ ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินการหลังจากนี้หลังจากที่มีหลักฐานน่าจะชัดเจนแล้วว่า เงินได้หายไปจริง ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของทางสหกรณ์ฯ ที่จะร้องทุกข์ดำเนินคดีตามระเบียบข้อบังคับมาตรา 21 ของ พรบ.สหกรณ์ 2542 และ ข้อ 104 ของระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น พ.ศ.2548 สหกรณ์ฯ ก็คงต้องเร่งดำเนินการฟ้องร้องภายในอายุความ 90 วัน  ในส่วนของสมาชิกชมรมเราในวันนี้ก็ได้ให้ลงชื่อในการที่จะไปร้องทุกข์ดำเนินคดีในอีกทางหนึ่งด้วย เพราะถือว่า เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ก็คาดว่า จะสามารถดำเนินการร้องทุกข์ได้ภายในอาทิตย์นี้  เบื้องต้นมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนประมาณ 4 ท่านที่คาดว่าเราจะดำเนินคดีฟ้องร้อง แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการชุดไหน อย่างไร ก็จะต้องฟ้องร้องด้วย ทั้งทางแพ่ง วินัย และอาญา

ด้าน ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบการประชุมในวันนี้ว่า

“สำหรับการประชุมวิสามัญของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด วันนี้ก็เป็นไปตามที่สมาชิกร้องขอมา เพื่อติดตามดูว่า มีเงินหายไป จริงหรือไม่ อย่างไร ซึ่งจากการที่ทางสหกรณ์ฯ ได้ตรวจดูเอกสารสมุดบัญชี และสเตทเม้นท์ธนาคารแล้ว ก็พบว่า เงินหายไปประมาณ 431 ล้านบาท  แต่ว่าทางสมาชิกก็ยังไม่เชื่อมั่นว่า จะเป็นเงินจำนวนดังกล่าวจริง

เราจึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบร่วมกัน ทั้งจากคณะกรรมการดำเนินการ ผู้แทนสมาชิก และจากสมาชิก เราจะดำเนินการตรวจสอบควบคู่ไปกับสิ่งที่ทางสหกรณ์ฯ จะดำเนินการทางกฎหมาย ก็คือการร้องทุกข์กล่าวโทษตามข้อกำหนดข้อ 104  ขณะเดียวกันหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างสหกรณ์จังหวัด และผู้สอบบัญชีสหกรณ์จังหวัดก็ได้ตรวจสอบอยู่แล้ว ตรงนี้ก็จะได้ร้อยเรียงกันไป  ฝ่ายกฎหมายก็จะดำเนินการตรวจสอบตามหน้าที่

สิ่งสำคัญที่สมาชิกพอใจในวันนี้ก็คือ การได้ตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบร่วมกัน  ในการประชุมวันนี้เราก็อยากให้เกิดความเชื่อมั่นกับสหกรณ์  กระบวนการทำงานตรงนี้ สมาชิกมีความมุ่งมั่นร่วมกันทำงาน ผมก็มีความมั่นใจว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้  ไม่มีผล กระทบต่อเรื่องของการจัดสรรกำไรหรือปันผลเฉลี่ยคืนอย่างแน่นอน  ตอนนี้เราก็กำลังรอหลักฐานเพิ่มเติมจากทางธนาคารก็คือ ใบ pay in ต่างๆ เพื่อดูเส้นทางการเงินที่หายไปจำนวนดังกล่าวนี้ได้ว่าถูกโอนไปเข้าบัญชีใคร  ตอนนี้เราได้มาเพียงสเตทเม้นท์ แต่หลักฐานเพิ่มเติมคาดว่า จะได้รับในสัปดาห์หน้า ซึ่งเราก็จะเห็นว่า ข้อมูลในส่วนของสเตทเม้นท์และข้อมูลที่นำเสนอในส่วนของสมุดบัญชีที่เราได้เห็น มันไม่ตรงกัน อันนี้ก็จะต้องตรวจสอบกันต่อไป

สำหรับคนที่อยู่ในข่ายของการฟังร้องกล่าวโทษในตอนนี้ เราจะโฟกัสไปที่คนที่มีอำนาจในการกระทำการกับบัญชีตรงนี้ก่อน ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายก็จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป คาดว่าจะเดินทางไปแจ้งความในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ ส่วนจะไปเกี่ยวข้องกับใครบ้าง อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ว่าทางฝ่ายบ้านเมืองจะตรวจสอบ”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความมั่นใจเพียงใดว่า จะสามารถติดตามเงิน 400 ล้านกลับคืนมาได้ครบตามจำนวน  ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ตอบว่า เมื่อกระบวนการทางกฎหมายได้ดำเนินการจนตรวจสอบเห็นผลออกมา ก็คิดว่าจะสามารถติดตามกลับมาได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่