เลื่อนแบน 3 สารเคมีพิษ สร้างรอยปริร้าวในรัฐบาล

เลื่อนบังคับแบนสารเคมีพิษ สร้างรอยร้าวในรัฐบาล

ทั้งนายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่พอใจอย่างยิ่งต่อมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้เลื่อนบังคับใช้การแบนสารเคมีอันตรายออกไปอีก 6 เดือน

ทั้งสองคนจากพรรคภูมิใจไทยต่างเสียงแข็ง ยืนยันต้องแบน 3 สารเคมีอันตรายในวันที่ 1 ธันวาคม ตามมติเดิมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

แต่มีฝ่ายต่อต้านการแบนเสนอให้ทบทวนโดยอ้างความไม่พร้อม ยังไม่มีมาตรการรองรับ ทั้งสารเคมีที่จะมาทดแทน และการทำลายสารเคมีอันตราย โดยเสนอให้เลื่อนบังคับใช้ออกไปอีก 6 เดือน จึงมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายขึ้นในวันนี้ 27 พฤศจิกายน และมติเป็นไปตามฝ่ายต่อต้านเสนอ

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่พอใจกรมวิชาการเกษตรเป็นอย่างมากที่แอบทำหนังสือขอขยายระยะเวลา 3 กรณี หลังจากมติแบน 3 สารเคมีเกษตร

โดยแบ่งเป็น 1. ขยายระยะเวลา 1 เดือน 2.ขยายระเวลา 3 เดือน 3.ขยายระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่แจ้งให้ทราบ มาแอบเห็นเอกสารในภายหลังจากที่ส่งเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว อย่างไรก็ตามในวันนี้

รองนายกฯอนุทิน และ รมช.มนัญญา มีความไม่พอใจอย่างมากที่กรมวิชาการเกษตร ทั้งที่เป็นหน่วยงานในการดูแลของรมช.เกษตรฯกลับไม่เสนอเอกสารมาให้ตรวจก่อนที่นำเข้าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเอกสารดังกล่าวลงนามโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีวาสการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และปลัดกระทรวงเกษตรฯนำส่งเข้าที่ประชุมทันที

ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ไม่พอใจอย่างมากและเป็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล และอาจส่งผลถึงการปรับครม.ที่เร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ อันเกิดจากการที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เล่นเกมการเมืองใต้ดิน

“โดยการส่งอดีตผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าเป็นแกนนำม็อบเกษตรกรแต่งชุดดำ ต่อต้านการแบน 3 สาร นำเกษตรกร และร้านค้าจำหน่ายสารเคมี มาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องร่วมกับสมาคม เอกชนนำเข้าสารเคมี จนส่งผลขยายเวลาการแบนสาร”แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรฯระบุ

ก่อนหน้านี้ดูเหมือนประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย จะกอดคอร่วมหอลงโรงลงเรือแป๊ะไปด้วยกันแล้ว แต่ปรากฏการณ์พลิกผันกับมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ดูท่าทีประชาธิปัตย์จะไม่แข็งขันเหมือนภูมิใจไทย น่าจะเป็นปรเดิมประเด็น “เรือรั่ว”

ความไม่พอใจนี้ยังลามไปถึงพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลด้วย โดยชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ที่ชายของ น.ส.มนัญญา พุ่งเป้าไปที่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันนี้ โดยนายชาดาระบุว่า นายสุริยะต้องรับผิดชอบต่อมติที่ออกมา

ดูเหมือนว่าเวลานี้พรรคหลักในรัฐบาลเริ่มมีรอยปริร้าวแล้วจากการต่อสู้กับสารเคมีอันตรายที่ถือว่ามึทุนมหาศาล และประเด็น #สารเคมีอันตราย ต่อสู้กยังมายาวนาน ร่วมสิบปี เพิ่งจะมาปีนี้ที่กระแสต้านสารเคมีอันตรายแรงขึ้นมาก โดยมี “อนุทิน-มนัญญา”เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงแข็งขัน ยืนหยัดสู้ไม่ถอย โดยเฉพาะมนัญญาที่ชีวิตส่วนหนึ่งคลุกคลีอยู่กับเกษตรกรและเห็นพิษร้ายของสารเคมีเหล่านี้มามากแล้ว จึงยืนหยัดเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีของเกษตรกร

แต่กระแสธารของเงินตรามันเชี่ยวกราดยิ่งหนักและมาแสดงอิทธิฤทธิ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนมติแบนสามสารเคมีอันตรายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 จนต้องเลื่อนบังคับใช้ออกไปอีก 6 เดือน ซึ่ง 6 เดือน คือ 1 รอบของฤดูกาลผลิต เกษตรกรยังต้องเผชิญกับสารเคมีอันตรายไปอีก 1 ฤดูกาลผลิตนั้นเอง

ที่สำคัญ…เป็นมติที่สร้างรอยปริร้าวให้กับรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ที่เพิ่งแพ้โหวตในสภาเรื่องการตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของ ม.44 ในยุค คสช.

แต่คงไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อรัฐบาลโดยรวม เพราะพรรคภูมิใจไทยก็คงไม่กล้าพอที่จะถอนยวงออกไป แต่จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลที่กำลังอ่อนไหวอยู่แล้วแต่นอน เพียงแต่ว่าจะถูลู้ถูกังกังกันไปอีกนานแค่ไหนเท่านั้นเอง

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
27 พฤศจิกายน 2562

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น