กองทัพบกเร่งช่วยเหลือเกษตรกร แก้ปัญหาสับปะรดราคาตก เหมาซื้อประกอบเลี้ยงกำลังพล

สับปะรดราคาตก

ขอนแก่น – หน่วยทหารในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ช่วยรับซื้อผลผลิตสับปะรดแจกจ่ายเลี้ยงกำลังพล  หลังมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและเร็วกว่าทุกปี  จนส่งผลให้ราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 1.8 บาท

หลังมีผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะสัปปะรด ซึ่งออกสู่ตลาดจำนวนมากกว่าปกติ  ส่งผลให้ขายไม่ได้ราคา  เกษตรกรชาวไร่สัปปะรดประสบปัญหาความเดือดร้อน ขาดทุนจำนวนมาก  ดังนั้นเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวไร่สัปปะรด ผู้บัญชาการทหารบกได้มีนโยบายและสั่งการให้กองทัพบกดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกสัปปะรด  ผ่านทางแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 2  รับนโยบาย และสั่งการให้หน่วยขึ้นตรง กองทัพภาคที่ 2   กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี ดำเนินงานโครงการระดมพลัง “ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยประสานเกษตรกรผู้ปลูกสัปปะรด เพื่อซื้อและจัดส่งสับปะรดให้กับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 7,000 กิโลกรัม ในราคารับซื้อรวมค่าขนส่งกิโลกรัมละ 8.5 บาท  โดยมีพลตรีจุมพล  จุมพลภักดี  ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ และ พันเอก คณธัช ชนะกาญจน์  รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 เป็นประธานรับมอบ ณ สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะกระจายไปยังศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร และ โรงพยาบาลค่ายศรีพัชรินทร มณฑลทหารบกที่ 23  กรมทหารม้าที่ 6 และ กรมทหารม้าที่ 7 กองพลทหารม้าที่ 3 และ กรมทหารราบที่ 8 เพื่อไปประกอบเลี้ยงแก่กำลังพลต่อไป

สำหรับสับปะรดที่สั่งซื้อในครั้งนี้มาจากพื้นที่ อ.สามร้อยยอด จ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกสับปะรดมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งเกิดจากผลผลิตออกเร็วก่อนกำหนดและมีจำนวนมากกว่าทุกปี  เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะสม  ทำให้ราคาตก  ราคารับซื้อหน้าสวนเพียงกิโลกรัมละ 1.8 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสับปะรดครบวงจร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาราคาผลผลิตสับปะรดตกต่ำ และมีผลผลิตสับปะรดปริมาณมาก ในช่วงเดือน พ.ค.–มิ.ย. 2561 คาดการณ์ว่า ในเดือน มิ.ย.61 จะมีผลผลิตสับปะรดในปริมาณมากที่สุด ประมาณ 143,100 ตัน  ขณะที่โรงงานในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีการลดกำลังการผลิตและเดินเครื่องผลิตเพียง 50 % จากกำลังการผลิตสูงสุด จะทำให้มีสับปะรดส่วนเกินในเดือนมิถุนายน ประมาณ 22,800 ตัน ประกอบกับราคารับซื้อของโรงงานเพียงกิโลกรัมละ 2.4 – 3.0 บาท  ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ยที่ 4.68 บาท/กิโลกรัม

หลายฝ่ายจึงยื่นมือเข้าช่วยเพื่อแก้ปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ  ทั้งการกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค การนำสับปะรดเข้าสู่ขบวนการผลิตเป็นอาหารสัตว์   โดยนำสับปะรดมาสับย่อยและหมักเพื่อใช้เป็นอาหารของโคนมและโคเนื้อ  และการส่งเสริมการบริโภคสับปะรดในหน่วยงานต่าง ๆ  ผลจากการดำเนินงานตามแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว  สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบของผลผลิตที่เกินจากการผลิตของโรงงาน  และกระตุ้นให้โรงงานเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิม 50 % เป็น 61 %  ดังนั้นคาดว่า จะมีผลผลิตส่วนเกินประมาณ 13,100 ตัน/เดือน  แต่ในเดือน ก.ค.เป็นต้นไป  ผลผลิตจะออกสู่ตลาดน้อยลงและราคาจะค่อยๆ ปรับเข้าสู่ภาวะปกติ

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น