บวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์

มุกดาหาร – บวงสรวง พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช เฉลิมฉลองก่อตั้งวัดภูมโนรมย์ครบ 100 ปี และสถาปนา จังหวัดมุกดาหารครบ 36 ปี

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561 เวลา 09.09 น. ที่บริเวณ พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปานนาคราช วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีบวงสรวง “พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช” (องค์พญานาค) ซึ่งก่อสร้างบริเวณพื้นที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เนื่องในวาระเฉลิมฉลองการก่อตั้งวัดฯ ครบ 100 ปี และเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 36 ปี จังหวัดมุกดาหาร ในวาระการขับเคลื่อนโครงการ 36 กิจกรรม 36 ปี จังหวัดมุกดาหาร สนองนโยบายรัฐบาลภายใต้วิสัยทัศน์ประเทศไทย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยคำนึงถึงเอกลักษณ์และวิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขงให้คงอยู่สืบไป และเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของจังหวัดมุกดาหาร โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัด ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนชาวมุกดาหารและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งประชาชนจาก สปป.ลาว ร่วมในพิธีจำนวนมาก

การดำริสร้างพญานาคราชวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ มีตำนานเล่าขานกันมาว่ามีถ้ำแห่งหนึ่งชื่อว่าคำมะเขือเถื่อน มีลักษณะปากถ้ำเล็กๆ พอลอดลงไปได้ เมื่อเดินเข้าไปลึกภายในถ้ำจะขยายออกกว้างใหญ่ขึ้น เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อยจะมีเสียงน้ำไหล ไม่ปรากฏว่ามีใครเดินเข้าไปจนสุดได้ สันนิษฐานว่าจะทะลุถึงแม่น้ำโขง เพราะมีคนพบเห็นเรือโบราณมาเกยตื้นในถ้ำ จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ว่าในถ้ำคนที่เคยเข้าไปพบสิ่งของมีค่า เช่น พระพุทธรูปทองคำ หน่อไม้ทองคำ แก้วแหวนเงินทองต่างๆ มีบางคนเข้าไปแล้วพบเจอก็พากันหยิบใส่สะพายย่าม พอไปถึงบ้านเปิดออกมามีแต่ก้อนหิน

จนมาถึงสมัยพระราชมุกดาหารคณี ( หลวงตายอด ยสชาโต) ขึ้นมาปฏิสังขรณ์พัฒนาวัด ได้พาญาติโยมทำฝายกั้นน้ำถัดจากถ้ำลงไป เพื่อนำน้ำมาใช้ในวัด ขณะที่พากันขุดดินถมคันกั้นฝายนั้น ได้มีงูใหญ่ตัวสีดำนิล ขนาดยาว ประมาณ 10 เมตร เรื้อยมาที่บริเวณใกล้ๆ กับที่ชาวบ้านทำงานอยู่ เมื่อผิวถูกแสงแดดผิวมันระยับสีงามแปลกตาชูคอดูชาวบ้านทำงาน สร้างความตะลึงแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก แล้วงูก็ค่อยๆเลื้อยไปดื่มน้ำที่บ่อน้ำทิพย์ แล้วเลื่อยกลับเข้าไปในถ้ำ ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านก็ไม่กล้าเข้าไปในถ้ำอีกเลย

พระราชมุกดาหารคณี ( หลวงตายอด ปัจจุบันได้มรณภาพแล้ว ) ได้เล่าให้ฟังว่า พญานาคที่ถ้ำนี้ได้เกิดความเลื่อมใสในปฏิปทาหลวงตาได้ขอบวช แต่หลวงตาบวชให้ไม่ได้เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ก็ทนรบเร้าของพญานาคไม่ได้ จึงได้มอบบาตรและผ้าไตรจีวรบวชเพียงสามเณรให้ และตั้งชื่อให้ว่าสามเณรเงาะ พอท่านบวชเณรแล้วได้สนทนาธรรมกับหลวงตาพอประมาณ เพื่อได้เป็นแนวทางข้อปฏิบัติแล้ว ได้ลาหลวงตาลงไปจำศีลในถ้ำ ต่อมาต้นไม้หว้าต้นใหญ่ที่อยู่ปากถ้ำก็โค่นลงปิดปากถ้ำทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้อีกเลยตั้งแต่บัดนั้น หรืออาจพญานาคได้บวชแล้วอยากบำเพ็ญสมณธรรมอย่างสงบไม่อยากให้ใครรบกวนจึงบันดาลให้ปิดปากถ้ำเสีย

จนต่อมามีการก่อสร้างพระพุทธรูปเฉลิมพระเกียรติฯ (พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันจึงดำริสร้างพญานาคราชขึ้นเพื่อขึ้นมาถวายการอภิบาลรักษาพระใหญ่ และเป็นที่เคารพสักการะ ขนาดความยาว 122 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำตัว 1.50 เมตร ลำคอสูง 20 เมตรและตั้งชื่อให้ว่า พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช ( พญานีลปาลนาคราช ผู้ถวายการอภิบาลพระมหามุนีพุทธเจ้าพระนามว่าศรีมุกดาหาร) เมื่อสร้างสำเร็จในวันเสาร์ ที่ 28 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2561 มีปราชญ์รจนาคำบูชาว่า ดังนี้กาเยนะ วาจายะ วะ เจตสา วา / สิริมุตตามะหามุนินีละปาละนาคัง / อิทธิเตชะพะลัง อะหัง วันทามิ สัพพะโส / สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภ ชะโย นิจจัง สะทา โสตถี ภะวันตุ เม ฯ

องค์พญานีลปาลนาคราช ผู้ถวายการอภิบาลพระมหามุนีพุทธเจ้าพระนามว่าแก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ ผู้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ มีเดชมีอำนาจ มีพละกำลัง ด้วยกาย วาจา ใจ ขอความสำเร็จแห่งหน้าที่ การงาน ลาภสักการะ ความชำนะทั้งมวล จงสำเร็จในกาลทุกเมื่อเทอญ ฯ…

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดมุกดาหาร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น