สุดยอดวิถีสองฝั่งคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน กรุงเก่า

พระนครศรีอยุธยา-ประธานเครือข่าย ทสม.นำทีมสำรวจวิถีสองฝั่งคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน บางซ้าย เส้นทางสัญจรทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เตรียมจัดขบวนเรือผ้าป่า 3 วัดฟื้นอดีต

คลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน นับเป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญในอดีตที่มีผลต่อคนสองจังหวัดคือสุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา แต่ด้วยความเจริญของเส้นทางคมนาคมที่เปลี่ยนไป ทำให้เส้นทางสัญจรในอดีตหายไป เหลือเพียงบางส่วนที่ยังพอบ่งบอกให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนสองฝั่งคลองแห่งนี้ ที่ยังคงสภาพบ้าน แพ ริมคลอง ที่ยังคงความสงบร่มรื่น มองเห็นถึงเรื่องราวอดีตได้ในจินตนาการเมื่อแล่นเรือผ่าน

นายสมศักดิ์ สันธินาค อายุ 79 ปีประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม( ทสม.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นชาวบางซ้ายโดยกำเนิด ได้นำนายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมคณะลงเรือจากบริเวณหน้าวัดบางซ้ายใน หมู่ 3 ต.เต่าเล่า อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าลงไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเมื่อก่อนคือการเดินทางไปยัง จ.สุพรรณบุรี นั่นเอง โดยเรื่อล่องไปตามคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ตลอดเส้นทางมองเห็นบ้านเรือนริมคลองที่มีความได้เปรียบในด้านทำเล บ้านเรือนส่วนใหญ่อยู่ริมคลอง มีชานระเบียง และแพท่ายืนออกมา หน้าบ้านทั้งสองฝั่งคลอง ส่วนใหญ่มีการวงทุ่นเพื่อกันผักตบชวา การยกยอ  อีกทั้งยังสัมผัสถึงธรรมชาติของนกนานาชนิดที่ยืนเกาะตามริมคลอง หากินอยู่ตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นเป็ดน้ำ กระยางนา ปากห่าง นกน้ำ หรือแม้กระทั่งตัวเงินตัวทองที่มีให้เห็นไม่ขาด เป็นวิถีชีวิตที่บ่งบอกถึงห่วงโซ่อาหารที่เกื้อกูลทำให้ระบบนิเวศสมบูรณ์ ในน้ำยังมองเห็นปลา มีชาวบ้านหาปลา ตกกุ้ง เป็นระยะ อีกทั้งบริเวณหน้าบ้านบางแห่งยังปลูกเตย และพืชน้ำเป็นอาชีพเล็กๆ สร้างความเพลิดเพลินกับการสัมผัสธรรมชาติอย่างมีความสุข ไปจนถึงหน้าวัดบางซ้ายนอก ระยะทางรวมกว่า 3 ก.ม.

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจทำให้เห็นว่าคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเมื่ออดีต มีความสมบูรณ์ทางด้านระบบนิเวศ ประชาชนสองฝั่งคลองร่วมกันดูแลด้วยการจัดหน้าบ้านของตัวเองให้มีความน่าอยู่ และสวยงาม มีการเก็บขยะ และป้องกันแนวผักตบชวาและวัชพืชขึ้น ทำให้เกิดแหล่งของปลาแม่น้ำ และสัตว์น้ำทั่วไป รวมทั้งเป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด คลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน เป็นเส้นทางสัญจรของคนสองจังหวัดในอดีต โดยจะเดินทางจากสุพรรณบุรี ที่โพธิ์ศรี โพธิ์พระยา มาบางยี่หน บางปลาม้า ไปยังเจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตลาดบ้านแพนตลาดใหญ่ในย่านนี้ รวมระยะทางกว่า 30 ก.ม.และขึ้นเรือใหญ่มุ่งหน้าต่อไปยังกรุงเทพมหานคร จึงได้หารือกับทางเทศบาลตำบลบางซ้าย และประชาชน ในการที่จะจัดกิจกรรมฟื้นตำนานคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หนขึ้นในวันที่ 21 ธ.ค.2562 ด้วยการจัดให้มีการทอดผ้าป่าอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสองฝั่งคลองเจ้าเจ็ดบางยี่หน เป็นผ้าป่า 3 วัดคือวัดบางซ้ายใน วัดบางซ้ายนอก และวัดแก้วฟ้า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนรักในคลองแห่งนี้ และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและวิถีสองฝั่งคลอง รวมทั้งยังเป็นการเปิดตัวเชิญชวนให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ด้วยการมานั่งเรือชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ซึ่งเป็นการจุดประกายในการพัฒนาคลองแห่งนี้ ให้กลับมาใช้สัญจรไปมาได้จากสุพรรณบุรีถึงเจ้าเจ็ด เหมือนเมื่ออดีต

นายอิทธิพันธ์ กล่าวว่าความสวยงามของธรรมชาติ สองฝั่งคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ช่วงอำเภอบางซ้าย มีความเป็นธรรมชาติอย่างมาก หากได้นั่งเรือมาชมสองฝั่งคลองแห่งนี้ จะสามารถจินตนาการเห็นภาพของผู้คนในอดีตได้ทันที โดยดูจากบ้านเรือนที่ปลูกติดริมคลอง แสดงถึงการให้ความสำคัญในการเดินทางทางน้ำ การปลูกบ้านแบบครอบครัวใหญ่ มีการต่อขยายตัวเรือนเชื่อมติดกัน แสดงถึงครอบครัวที่มีลูกหลานและขยายครอบครัว แต่ไม่แยกย้ายจากกัน ทำให้เห็นถึงความอบอุ่นที่แตกต่างจากปัจจุบันนี้ ซึ่งหากมีการต่อยอดหรือพัฒนาเส้นทางสัญจรในคลองนี้ เชื่อว่าจะทำให้วิถีชีวิตเดิมๆกลับมา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่