ชายหัวเสียตกงานยังถูกจับทะเบียนขาดและไม่พกใบขับขี่ ด่ากราดหน้าด่านขนส่งปากน้ำ

ชายหัวเสียตกงาน ขี่รถจักรยานยนต์มายังถูกจับทะเบียนขาดและไม่พกใบขับขี่ ด่ากราดหน้าด่านเจ้าหน้าที่ขนส่งปากน้ำ ด้านทางเจ้าหน้าที่และทีมงานก็ไม่ได้โต้แย้ง พร้อมใช้ดุลพินิจโดยการว่ากล่าวตักเตือนและให้กลับไปดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tikum Nipanan ได้โพสข้อความ “ด่าน สนง. ขนส่งสมุทรปราการ เขตบางปู เวลา 16.00 – 18.00 น. และคลิบ จำนวน 2 คลิบ และภาพอีก 1 รูป ซึ่งภายในคลิบจะเป็นการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ และได้มีชายคนหนึ่งยืนเอะอะโวยวายต่อหน้าเจ้าหน้าที่ขนส่งอยู่ที่ด่าน

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ที่ 15 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อเขาสอบถามข้อเท็จจริงกับ นายสุทธิ เตชะภูสิทธิพงศ์ ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้ออกมาชี้แจง ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวาน เกิดจากกรณีที่ทางหัวหน้ากลุ่มวิชาการได้ขออนุมัติออกไปตรวจการตามโครงการตรวจรถตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก และพระราชบัญญัติรถยนต์ และร่วมทั้งมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งเป็นนโยบายของจังหวัดที่จะลดมลพิษ โดยมีความร่วมกับทางสำนักงานทางหลวง และในช่วงเวลา 17.00 น. เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่วิชาการได้รายงานมาว่า มีบุคคลซึ่งถูกจับกุมเนื่องจากมีการกระทำความผิด 2 ข้อหา ใช้รถโดยที่ภาษีค้างชำระ และไม่พกใบอนุญาตขับรถ ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขาดอายุ เบื้องต้นก็ต้องถือว่าการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตถือว่าเป็นความผิด ก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาไป ปรากฏว่า บุคคลดังกล่าวตามในคลิปซึ่งแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ไม่ปกติสำหรับคนทั่ว ๆ ไป คือมีการเอะอะโวยวาย ซึ่งตรงนั้นก็เลยทำให้เจ้าหน้าที่เราเห็นว่าประชาชนที่โดนจับกุมตรงนั้น อาจจะมีเรื่องกังวลใจ ซึ่งตนได้รับทราบว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ในช่วงตกงาน ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ขนส่งได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วย แต่ปรากฏว่า  หลังจากที่ได้มีการตรวจสอบแล้วก็พบว่ารถจักรยานยนต์ ขาดการต่อทะเบียนมาแล้ว 3 ปีและไม่พกพาใบอนุญาต ฉะนั้นตรงนี้ ตนก็เข้าใจทางผู้ขับขี่อาจมองว่าเขาเหนื่อยจากการที่เขาตกงานแล้วก็ยังมาโดนจับ เจ้าหน้าที่จึงใช้ดุลพินิจโดยการว่ากล่าวตักเตือน พร้อมกำชับให้กลับไปทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนที่จะปล่อยตัวไป

นายสุทธิ เตชะภูสิทธิพงศ์ ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวต่ออีกว่า การใช้รถโดยไม่ชำระภาษี หรือว่าไม่ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต เป็นความผิดทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่เองซึ่งปฏิบัติหน้าที่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการ โดยปกติแล้วการดำเนินการตั้งด่านก็จะมีการดำเนินการร่วมกับตำรวจของจังหวัดในการตั้งด่าน แต่เมื่อวานนี้เป็นภารกิจในเรื่องของตรวจมลพิษ ก็เลยรวมกับเจ้าหน้าที่ทางหลวง ก็ต้องขอความเห็นใจจากประชาชนด้วยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ เราต้องปฏิบัติตามหน้าที่ถ้าเราไม่ปฏิบัติตาม ก็จะกลายเป็นว่าเราละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยเช่นเดียวกัน ซึ่งตนก็ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ของตนที่ไม่ได้โต้ตอบใด ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เหมาะสม เพราะเราเห็นสภาพจิตใจเขาแล้ว เราก็กังวลเหมือนกันว่าเขาอาจจะทำร้ายร่างกาย หรือว่าเขาอาจจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้ ทางเราก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเห็นว่าอาการของชายคนดังกล่าวเข้าขั้นน่าหน้าเป็นห่วง ตนมองว่า สาเหตุเป็นแบบนี้มันเกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจไม่ค่อยดี

ด้าน นายทิวัตถ์ บ่มไล่ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า สำหรับเหตุการณ์เมื่อวานเป็นการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นการสุ่มตรวจสอบการใช้รถที่ฝ่าฝืน ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกรมการขนส่งทางบก ที่จะต้องให้ผู้ตรวจการสำนักงานขนส่งจังหวัด ออกตรวจติดตามการใช้รถ เพื่อป้อง แก้ไข ปัญหาทั้งมลพิษ หรือการใช้รถโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ในกรณีอื่น ๆ ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะมีผู้ที่กระทำผิด ซึ่งอาจจะมีแรงกดดัน หรือชีวิตประจำวันอาจจะเครียดตามสภาพเศรษฐกิจ หรือสังคม ก็เป็นไปได้ ก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับบ่อย ก็มีอยู่เป็นระยะในบางครั้ง แต่ทุกครั้งเจ้าหน้าที่ของเรา ก็พยายามทำความเข้าใจว่าเขาผิดอะไร แต่ในกรณีที่ ผู้กระทำผิดที่ไม่พร้อมฟัง เราก็จะไม่โต้แย้ง ไม่โต้เถียง เราก็จะทำหน้าที่ของเรา สำหรับในเหตุการณ์เมื่อวาน เมื่อได้เรียกตรวจสอบแล้วร้องขอดูใบขับขี่และเครื่องหมายภาษี ปรากฏว่าคนขับบอกว่าไม่มี เราได้แจ้งความผิดให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าว มีความผิดใช้รถไม่เสียภาษี และไม่พกพาใบอนุญาต เขาก็เอะอะโวยวาย ก็พูดจาตามที่ปรากฏในสื่อ ถึงความยากรำบาก การหากินเอาแรงงานต่างชาติมาทำงานแทน ทำไมไม่หางานให้มั่ง ไม่ใช่มาปรับ ๆ อย่างเดียว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และทีมงานก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร พร้อมใช้ดุลพินิจโดยการว่ากล่าวตักเตือนและให้กลับไปดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปล่อยตัวไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น