“มิวเซียมสยาม” จับมือ 20 องค์กร เปิดวัฒนธรรมเกาะรัตนโกสินทร์ กระตุ้นการเรียนรู้

“มิวเซียมสยาม” ดึงพันธมิตรกว่า 20 องค์กรทางวัฒนธรรม จัด “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 พฤศจิกายน หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และดึงดูคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเรียนรู้รากเหง้าของประเทศไทย มอง หากสามารถกระตุ้นความรู้สึกอยากเรียนรู้ได้ ก็จะทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่เพิ่ม

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันทางการเรียนรู้แห่งชาติ​ (มิวเซียมสยาม) ระบุว่า สำหรับมิวเซียมสยามถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อสรรหาความรู้และการนำเสนอให้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ให้เป็นที่สนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่และสร้างการบริหาร จัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายมากขึ้น เป้าหมายหนึ่งคือต้องการให้ประชาชนตระหนักถึงการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้นโดยได้จัดกิจกรรมที่ชื่อว่า Cultural District โดยอาศัยการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วนวัฒนธรรม บนเกาะรัตนโกสินทร์ กว่า 20 องค์กร เพื่อพลิกฟื้นวัฒนธรรมต่างๆให้เป็นที่นิยมและได้รับการตระหนักถึงในกลุ่มนักท่องเที่ยว

“ส่วนตัวมองว่าการจุดประกายให้เกิดการเรียนรู้ การจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ก็จะตามมา ซึ่งปกติแล้ว นักท่องเที่ยวทั้งหมดของ มิวเซียมสยาม ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ถึงร้อยละ 80 และนักท่องเที่ยวต่างชาติอีก ร้อยละ 20 ซึ่งนอกจากเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวคุณภาพเชิงวัฒนธรรมแล้ว ยังต้องการเจาะกลุ่มคนไทยเพิ่มในแขนงต่างๆ เช่น กลุ่มครอบครัว และ กลุ่มคนรุ่นใหม่” นายราเมศ พรหมเย็น กล่าว

นายราเมศ ระบุต่ออีกว่า ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะทำให้พลิกฟื้นเรื่องราวเหล่านี้ได้นั่น คือ การร่วมมือกันสร้างวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างให้การเกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว​ (Informal Learning) ซึ่งโครงการแรกที่เริ่มทำ คือ โครงการศิลปะ ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการสร้างกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น การเที่ยวชมเมือง , การเสวนาและการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง โดยมีการร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์โดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม รวมถึงยังได้มีการทำหนังสือที่รวบรวมฐานข้อมูลสถานที่ทางวัฒนธรรมให้ได้เรียนรู้ในโอกาสต่อๆไป

นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ กรรมการบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ระบุว่า สำหรับโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมพื้นที่ทางวัฒนธรรมของมิวเซียมสยาม เพื่อส่งเสริมพื้นที่ทางศิลปะวัฒนธรรมทางด้านประวัติศาสตร์ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน รวมถึงสถาปัตยกรรมต่างๆมากมายดังนั้นการส่งเสริมการเรียนรู้ในยุคใหม่จำเป็นที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอและสืบสานต่อยอดให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นมากกว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรทางวัฒนธรรมให้คงอยู่เพียงอย่างเดียว และสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นคนไทยรวมถึงรู้ถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของตนเอง เพื่อจุดประกายความเชื่อมั่นทางประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นการเรียนรู้โดยที่ไม่รู้ตัวหรือ Informal Learning

ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีกว่า 200 สถานที่ ที่จะสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมได้บนพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยสำหรับงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน 2562 ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเรื่องราวการนำเสนอเพื่อให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับ 20 องค์กรพันธมิตรจึงมีการออก Concept เป็นร้อยเรียงกันเล่าเรื่องตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน

ด้าน หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ ทายาทวังจักรพงษ์ ระบุว่า หลังจากการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรพบว่า สิ่งที่มิวเซียมสยามทำ เป็นเรื่องที่สนับสนุนให้คนไทยเกิดการเรียนรู้และตระหนักถึงเรื่องราวต่างๆทางวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น สำหรับภายในงานก็จะมีการเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ Lords of Life: A History of the Kings of Thailand  (เจ้าชีวิต เป็นพระนิพนธ์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์) ซึ่งเป็นหนังสือที่เคยได้มีการตีพิมพ์เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยหลากหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเลย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 ดังนั้นการตีพิมพ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่จะทำให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมอันดีของประเทศไทย

คุณนิตยา กนมมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ระบุว่า ในฐานะที่เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเป็นการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและอนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดี ดังนั้นการเข้ามาร่วมโครงการในครั้งนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในการต่อยอดและสืบทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยสำหรับงานในครั้งนี้สิ่งที่พิเศษมากยิ่งขึ้นคือ การเข้าไปชมประวัติศาสตร์ในช่วงรัชสมัยของ ในหลวง ร.4 ซึ่งจะมีการเปิดให้มีการเข้าไปชมพระตำหนักพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย โดยจะเปิดให้เข้าไปเรียนรู้พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเลิกทาสและการปกครองสมัยใหม่ ที่ ถือว่าเริ่มต้นตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 4 แล้ว ดังนั้นจึงมองว่าหากประชาชนได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ความวิริยะอุตสาหะของในหลวงทั้ง 2 รัชกาลก็จะเรียนรู้ความเป็นมาทางวัฒนธรรมได้มากยิ่งขึ้น ในเปิดกิจกรรมครั้งนี้จะมีภัณฑารักษ์แนะนำให้กับ ผู้เข้าร่วมชมตามรอบที่เปิดให้ลงทะเบียน

คุณณัฎฐวรรณ ตันหยงมาศ รองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ระบุว่า โดยสำหรับภายในกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้จะมีการจัด workshop ในการทำผ้าบาติกซึ่งเป็นผ้าทรงโปรดของในหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์มี Collection ผ้าบาติกที่ได้รับมอบถวายจากสถานที่ต่างๆกว่า 300 ผืน อีกด้วย

โดยภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ

  1. Cultural District Arts Festival เทศกาลศิลปะในพื้นที่มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤศจิกายน 2562 โดยตลอดทั้ง 3 วัน จะได้พบกับศิลปินจากหลากหลายแขนง ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มาจากแรงบันดาลใจใน “เกาะรัตนโกสินทร์” ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
    1. ARTIST ILLUSTRATION PHOTOGRAPHY ZONE หนึ่งในไฮไลท์หลักของงานที่ทุกคนจะได้พบกับนักวาดภาพประกอบและศิลปินไทย ทั้ง 36 คน ว่าจะเป็น The Archivist, Patcha, PRIMITA, WHITE HAT, ARC.trib, Riety, Jeep Jeep, KAPI, Chubbynida, บอล นรภัทร ฯลฯ เป็นต้น โดยพวกเขามาร่วมเปิดบูธแสดงผลงานและที่สำคัญยังมีคอลเลกชั่นพิเศษที่ผลิตเพื่องานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย ใครที่เป็นแฟนคลับนักวาดภาพเหล่านี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด
    2. INTERACTIVE INSTALLATION ZONE แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย ส่วนแรก Interactive – Installation | The Six Sense Experience สุ | ปิ | นา | นัง โดยศิลปินกลุ่ม YIMSAMER ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวศิลปะวัฒนธรรมและความเชื่อของไทยเกี่ยวกับผี วิญญาณและเรื่องสยองขวัญ ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและอารมณ์ขันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งวิธีการเห็นผี การติดต่อโลกของคนตาย และพื้นที่สิงสถิตของผีและวิญญาณเรร่อน ต่อด้วยส่วนที่สอง Tunnel Installation | Neon Temple พบกับสีสันฉูดฉาดชวนสะดุดตาในรูปแบบอุโมงค์ไฟนีออน โดยส่วนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากไฟงานวัดของไทยนั่นเอง และส่วนสุดท้าย Front Building Projection Mapping โดย YIMSAMER X Another Day Another Render ใครที่ติดใจกับ Buddhist Prayer RE-TOLD ที่เนรมิตให้พระอุโบสถวัดสุทธิวรารามกลายเป็นเธียเตอร์ฉายเรื่องราวของพุทธศาสนา ในงานครั้งนี้พวกเขาแท็กทีมกับ YIMSAMER มาถ่ายทอดศิลปะที่ว่านี้อีกครั้ง
    3. MUSIC ZONE พบการแสดงดนตรีจากศิลปินมากมายทั้งเดี่ยวและวงที่แวะเวียนมามอบความเพลิดเพลินตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็น เขียนไขและวานิชคณะขวัญใจ, สุขเสมอ, Abandoned House, Anatomy Rabbit, AOMSIN, BEHINDTHESMILE, Changhum, Warin, Whatfalse, Youth Brush, Zweed n’ Roll ฯลฯ เป็นต้น
    4. WORKSHOP ZONE พบกับ Maximal Installation Art โดยศิลปิน WISHULADA ที่มาในคอนเซปต์ ‘รอยเท้าของมนุษย์’ เปรียบถึงเวลาที่สัตว์ไปที่ใดก็จะทิ้งรอยเท้าไว้ ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ถึงพฤติกรรมของสัตว์ เช่นเดียวกันกับมนุษย์ แต่สิ่งที่ทิ้งไว้กลับไม่ใช่รอยเท้า กลับกลายเป็น ‘ขยะ’ โดยกิจกรรมครั้งนี้เราอยากชวนคุณนำขยะหรือวัสดุเหลือใช้มาแขวนไว้ที่ซุ้มกิจกรรมนี้ เพื่อฝากร่องรอยของตนเองต่อการเยือนมิวเซียมสยาม
    5. ANIMATION ZONE จัดฉาย Animation ทั้ง 30 เรื่องอย่างจุใจตลอด 3 วัน หรือ Paper Puppet เวิร์กช็อปการทำแอนิเมชั่นเบื้องต้น รวมถึง Praxinoscope Installation จัดแสดงกระบวนการทำ animation เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานการทำงานภาพเคลื่อนไหวตั้งแต่ในยุคตั้งต้น
  2. Cultural Activity พบหลากหลายกิจกรรมจากพันธมิตรรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตลอดทั้ง 10 วัน ระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน 2562 ที่พร้อมใจกันเนรมิตกิจกรรมสุดพิเศษทั้งพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ให้ทุกคนมาร่วมเรียนรู้เกาะรัตนโกสินทร์ในมุมมองใหม่ ผ่าน 20 กิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิ
    1. กิจกรรม “เดินมองเมือง” สำรวจการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เดินเท้าเล่าเรื่องเมืองและสรรพสัตว์บนเส้นทางในเกาะรัตนโกสินทร์ ผ่านเส้นทาง มิวเซียมสยาม – ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ท่าเตียน – ถนนท้ายวัง – สวนสราญรมย์ คลองคูเมืองเดิม/สะพานหก – อนุสาวรีย์หมู – วัดราชประดิษฐ์ – วัดราชบพิธฯ – วัดสุทัศน์ฯ – คลองหลอดวัดเทพธิดาราม – ป้อมมหากาฬ – บรมบรรพต (วัดสระเกศ) เป็นต้น
    2. กิจกรรมกับร้านชา “อ๋องอิวกี่” แวะฟังบรรยายประวัติร้านฯ ไปพร้อมกับการชิมชาชิลๆ รวมถึงการไปเยี่ยมชมชุมชนบางลำภู เพื่อชมหลุมหลบภัยเก่า ตลอดจนการฟังนิทานนานาชาติ และสนุกไปกับ The Art of Movements กิจกรรมการสร้างงานศิลปะ ที่ได้รับแรงบันดาลใจตจากท่วงท่า การเคลื่อนไหวของสัตว์และวัสดุทรงกลมที่มิวเซียมสยาม เป็นต้น
  3. Cultural District Guide Book หนังสือนำเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับเมืองเก่า หรือรู้จักพื้นที่แค่ไหน หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปพบกับสถานที่สุด Unseen ตั้งแต่โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ร้านอาหาร งานศิลปะ พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่สีเขียว รวมทั้งหมด 200 แห่ง ที่จะทําให้คุณเห็นทุกมิติเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ร้อยเรียงและเชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน และที่สำคัญคือให้คุณได้ ดาวน์โหลดได้ฟรี ที่

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น