จับเพิ่มอีก! รายที่ 3 ใน 5 กลุ่มมือยิงถล่มบ้าน’คนเลี้ยงกุ้งเมืองคอน’ ถูกเด็กหญิงวัย 14 เสียชีวิต

นครศรีธรรมราช:ตร.เมืองคอนไล่ล่าต่อเนื่องกลุ่มมือยิงถล่มบ้านคนเลี้ยงกุ้ง จับเพิ่มรายที่ 3 หลังหนีซ่อนตัวในขนำกลางสวนผลไม้ อ.นบพิตำ อ่วมถูกตั้งข้อหาเพิ่มพบเป็นผู้ต้องหาหนีหมายคดีพยายามฆ่า และมียาเสพติดในครอบครองพล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าภายหลังจากที่ จนท.ชุดติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายในคดียิงถล่มบ้านนายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 9 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ในพื้นที่หมู่ 11 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้มีเหยื่อผู้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 14 ปี ชื่อ ด.ญ.ศศิประภา หรือน้องแตน ยี่สุ่นแซม บุตรสาวของนายวิชัย ยี่สุ่นแซม ได้รับลูกหลงจากคมกระสุนปืนที่ยิงทะลุผ่านไม้ฝาผนังบ้านเข้าที่บริเวณศีรษะขณะนั่งดูทีวีอยู่ภายในบ้านจนเสียชีวิต โดยคนร้ายที่ก่อเหตุมีด้วยกัน 5 คน หลังเกิดเหตุไม่นาน จนท.สามารถทยอยแกะรอยติดตามจับกุมคนร้ายมาได้ทีละคน โดยล่าสุดสามารถจับกุมคนร้ายได้เพิ่มเป็นรายที่ 3 หลังจากหนีเข้าไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.นบพิตำโดยวานนี้ 12 พ.ย.62 จนท.ตร.ชุดกองกำกับการสืบสวน,ตำรวจกองปราบปราม พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง อ.นบพิตำ ได้ร่วมกันบุกเข้าจู่โจมจับกุมตัว”นายขุนพล เงินเลี่ยม หรือเมย์” อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/9 ม.1 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 1 ใน 5 ที่ร่วมกันก่อเหตุ ได้ที่บริเวณ”ป่าเขาโพธิ์” ในท้องที่ ม.9 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช หลังทราบว่าคนร้ายได้หลบซ่อนตัวอยู่ภายในขนำกลางป่า โดยจนท.ต้องใช้ความพยายามถึง 2 ครั้งในการไล่ล่าจับกุม จนสามารถปิดล้อมพื้นที่และเข้าจู่โจมจับกุมมาอย่างละม่อม ซึ่งใช้เวลากว่า 40 ชม.กว่าจะจับตัวมาได้ เนื่องจากครั้งแรกคนร้ายไหวตัวทัน หลังจับกุม นายขุนพลได้นำจนท.ไปชี้จุดทิ้งของกลางไว้ขณะหลบหนีการจับกุมในครั้งแรก โดย จนท.ได้ตรวจยึดเอาไว้ ทั้งเครื่องกระสุนปืน ยาบ้ากว่าพันเม็ดและยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวมาสอบสวนจากการสอบสวนนายขุนพล ได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับพวก 4 คนใช้อาวุธปืนยิงบ้านของนายวิชัย และเครือญาติของนายวิชัยจริง จนส่งผลให้ ด.ญ.ศศิประภาเสียชีวิต และเด็กชายอายุ 4 ขวบจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนยาเสพติดนั้น เป็นของ นายวัฒนา อนันทขาล หรือ “หัวมัน” ซึ่งได้รับมาเพื่อจำหน่าย ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุได้คืนให้นายวัฒนา หรือหัวมันไปหลังเกิดเหตุ ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี โดยตัวเองตัดสินใจมาหลบอยู่ในสวนผลไม้ของญาติในพื้นที่ดังกล่าว โดยคาดไม่ถึงว่าเจ้าหน้าที่จะตามมาจับกุมตัวได้พล.ต.ต.สนธิชัย กล่าวอีกว่า นายขุนพลยังมีคดีค้างเก่าติดตัวอยู่อีก 1 คดี ซึ่งเป็น”คดีข้อหาพยายามฆ่า” ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 61 ที่ผ่านมา โดยอยู่ระหว่างการหลับหนีหมายการจับกุม  ซึ่ง จนท.ได้ตรวจสอบพร้อมกับแจ้งข้อหาเพิ่มในคดีค้างเก่าควบคู่ไปกับข้อหาในคดีใหม่ ในการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา รวมถึงข้อหามีอาวุธและยาเสพติดไว้ในการครอบครองอีกด้วย

อย่างไรก็ตามยังมีผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีหมายการจับกุมในคดีนี้อยู่อีก 2 ราย จากทั้งหมด 5 ราย คือนายวัฒนา อนันทขาล หรือหัวมัน อายุ 28 ปี และนายวิษณุ นาคคง หรือเถื่อน อายุ 27 ปี ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานจะสามารถจับกุมและนำตัวมาดำเนินคดีได้จนครบ ซึ่งทางจนท.ได้เร่งเฝ้าติดตามหาข่าวแกะรอยพื้นที่ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างต่อเนื่องส่วนนายอนุศักดิ์หรือเท่ แดงเดช และนายวัชระหรือบังและ วรรณมาณมาศ 2 ผู้ต้องหาที่จับได้ก่อนหน้านี้ได้ส่งตัวไปทำการฝากขังที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชเป็นที่เรียบร้อยแล้ววานนี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช กดอ่านที่นี่