หนีไม่รอด 2 คนร้ายจี้ชิงทรัพย์มัดมือ-เท้า เจ้าของบ้านชาวเยอรมัน

ภูเก็ต-ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดีจี้ชิงทรัพย์จับมัดมือ-เท้า เจ้าของบ้าน ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ติดตามจับกุมได้ในพื้นที่ อ.ท่าแพ จ.สตูล ส่งตัวกลับมาแถลงข่าว สภ.เมือง ภูเก็ต

วันนี้ (12 พ.ย.62) เวลา 17.30 น. (ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากรปุญยสิริ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.อ. ธงชัย วิไลพรหม ผกก.2 บก.ทท.3 พ.ต.ท.รุ่งฤทธิ์ รัตนภัคดี รองผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายมูญัดดีดี ดอเล๊าะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่119/1 ม.8 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส อาชีพเป็นบาร์เทนเนอร์อยู่ที่ตำบลป่าตองผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 334/2562 ลงวันที่ 10 พ.ย.2562 ติดตามจับกุมได้ในพื้นที่ อ.ท่าแพ จ.สตูล และ นายโซเฟียน  อาบ๋า อายุ 25 ปี ชาว จ.ยะลา อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 338/2562 ลงวันที่ 10 พ.ย.2562  จับกุมได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงดำเนินคดีข้อหา ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ และทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ในเคหะสถานเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยอ้างว่าตกงานไม่มีเงิน จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุทางชุดสืบสวนก็ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องจนกระทั่งตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาได้ทั้ง 2 คน ซึ่งอ้างว่าตกงาน ไม่มีเงินจึงลงมือก่อเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวไม่อยากให้เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ตนไม่อยากจะมายืนแถลงแบบนี้ เพราะมายืนแถลงข่าวนั้นหมายความว่ามีเหตุเกิดขึ้น ผู้เสียหายในคดีนี้เป็นชาวต่างชาติมาใช้ชีวิตยามเกษียณอายุที่ภูเก็ต วันเกิดเหตุผู้เสียหายต่อสู้คนร้ายได้จึงถูกมีดฟันที่แขนบาดเจ็บเล็กน้อยได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตซึ่งตำรวจท่องเที่ยวให้การดูแลประสานงานต่างๆ รวมทั้งขวัญกำลังใจทำให้ดีขึ้นมาเป็นปกติแล้ว และในวันเกิดเหตุผู้เสียหายได้ทำการโยกเงินในบัญชีไปอีกบัญชีหนึ่งได้สำเร็จ ทำให้ คนร้ายที่เอาบัตรเอทีเอ็มไปพร้อมรหัสบัตร  สามารถกดเงินได้เพียง 3,000 บาทเท่านั้น  ในเรื่องนี้ผู้บังคับบัญชา ผบ.ตร.,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้สั่งการให้จับกุมให้ได้โดยเร็วเนื่องจากภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญต้องมีการป้องกันไม่ให้เกิดในเมืองท่องเที่ยว  จึงมีการบูรณาการร่วมนำสู่การจับกุมได้ในที่สุดและขอให้รายนี้เป็นรายสุดท้ายที่เกิดกับนักท่องเที่ยว

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดภูเก็ต กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น