เดินหน้าลุย รอง ผบ.ตร. บุกค้นโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง

ขยะเครื่องใช้ไฟฟ้ากองเต็มโรงงาน

ฉะเชิงเทรา – เดินหน้าลุย รอง ผบ.ตร. นำกำลังเข้าบุกค้นโรงงานหลอมแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่แปดริ้วอย่างต่อเนื่อง ผงะหลังพบโรงงานอีกแห่งกำลังดำเนินการก่อสร้างเป็นโรงงานขนาดมหึมาบนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ ภายใต้รั้วกำแพงคอนกรีตหนาทึบปิดสูงกว่า 5 เมตร ทั้งยังพบความผิดปกติในการจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานซ้ำซ้อนในชื่อเดียวกันมากถึง 15 แห่ง

วันที่ 23 พ.ค.61 เวลา 10.10 น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมกำลัง จนท.ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจำนวนกว่า 100 นาย ได้เดินทางลงพื้นที่นำกำลังจู่โจมบุกเข้าตรวจค้นภายโรงงานรีไซเคิลหลอมแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์อีกแห่งหนึ่งต่อเนื่องจากเมื่อวานในเครือข่ายเดียวกัน ที่บริษัท นิวส์สกาย เมทัล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 111 ม.9 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

โดยพบความผิดปกติที่โรงงานแห่งนี้ คือ มีการจดทะเบียนซ้ำกันหลายใบอนุญาตต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้ชื่อบริษัทเดียวกันเป็นจำนวนมากถึง 15 แห่ง ทั้งที่มีที่อยู่ในที่เดียวกัน จึงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวนี้ เป็นการจดทะเบียนเพื่อให้ได้สิทธิ์โควต้า ในการนำเข้าวัตถุดิบ เนื่องจากตามใบอนุญาตใน 1 โรงงานนั้นจะมีโควต้าการนำเข้าวัตถุดิบได้สูงสุดเพียง 1 แสนตันต่อปี

กำลังก่อสร้าง

ซึ่งการจดทะเบียนซ้ำเพื่อแบ่งแยกให้เป็นหลายโรงงานจำนวน 15 แห่งนั้น จึงน่าเชื่อว่าทางบริษัทแห่งนี้ต้องการโควต้าการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมากถึง 1.5 ล้านตันต่อปี

หลังการตรวจสอบ พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ยังดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ได้แจ้งขออนุญาตเปิดดำเนินกิจการ แต่ได้มีการแอบลักลอบทำการหลอมโลหะแล้ว โดยได้ใช้ถ่านหินอุณหภูมิต่ำเป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษเป็นจำนวนมาก ซึ่งการตรวจสอบพบในวันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าเมื่อวันวานและจะส่งผลกระทบเสียหายต่อประเทศชาติมากกว่าเมื่อวานนี้

เดินหน้าลุย

สิ่งแรกที่พบคือ มีการขออนุญาตก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมมากถึง 15 ใบอนุญาต ในสถานที่แห่งเดียวกันนี้ และตรวจพบว่าโรงงานยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ โดยในส่วนที่แล้วเสร็จก็ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบการ แต่ได้ประกอบการนำเอากากขยะอิเล็กทรอนิกส์จากทั่วทุกมุมโลกมาวางกองไว้ยังสถานที่แห่งนี้หลายหมื่นตันแล้ว ด้วยการกองทิ้งไว้โดยรอบตัวอาคารโรงงานทั้งหมด

ขณะเดียวกันยังดำเนินการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทำการปิ้งย่างหรือเผา เพื่อละลายสารตะกั่วที่ติดอยู่กับแผ่นบอร์ดเพื่อที่จะแยกชิ้นส่วนออกมา จึงถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง เนื่องจากตะกั่วและสารอันตรายทั้งหลาย โดยเฉพาะแคดเมียมที่เป็นส่วนประกอบจะระเหยสู่อากาศโดยไม่มีระบบฟอกอากาศ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการหลอมโลหะที่มีสารปนเปื้อนหรือฉนวนชนิดพีวีซีหุ้มอยู่ ซึ่งเป็นสารอันตรายก่อมะเร็ง และตัวโรงงานที่ดำเนินการหลอมโลหะนั้นก็ยังไม่ได้รับอนุญาตเช่นเดียวกัน

หลอมโลหะก่อนขออนุญาต

และที่สำคัญนั้นในโรงงานแห่งนี้ยังได้ใช้ถ่านหินชนิดการเผาไหม้ที่อุณหภูมิต่ำประมาณ 400-500 องศาเซลเซียส เป็นเชื้อเพลิง (ซึ่งปกติตามโรงผลิตไฟฟ้าจะต้องเผาไหม้ที่ 1000 องศา) จึงก่อมลพิษจำนวนมาก และยังไม่ได้ขออนุญาตที่ถูกต้องทั้งกระบวนการนำเข้า กระบวนการมีไว้ และกระบวนการใช้ถ่านหิน ตลอดจนการทำประชาชาคมนั้น ไม่ได้มีการทำประชาคมให้ประชาชนได้รู้ได้ทราบเพียงแต่มีการนำไปปิดประกาศเอาไว้ยังที่ว่าการอำเภอ และนำมาอ้างว่าเป็นการทำประชาคมแล้ว

ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบในกระบวนขออนุญาตต่อไปว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางในข้อเท็จจริงที่จะบอกให้ประชาชนชุมชนในพื้นที่ได้รับทราบหรือไม่

โรงหลอมโลหะ

จากการตรวจสอบวันนี้พบว่าขยะกากอิเล็กทรอนิกส์จากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาอยู่ยังที่นี่ได้อย่างไร ทั้งๆที่โรงงานยังไม่ได้เปิดดำเนินการ ในส่วนนี้ก็จะมีความผิดฐาน “ครอบครองขยะอุตสาหกรรมอันตราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยผิดกฎหมาย” และจากการตรวจสอบแล้วยังพบว่ามีกระบวนการนำเข้ามาโดยอาจจะมีการสำแดงเท็จหรือสวมสิทธิ์

เมื่อทางกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินคดีในวันนี้ สิ่งของเหล่านี้ก็จะต้องถูกผักดันออกจากพื้นที่แห่งนี้แต่จะออกไปที่ไหนนั้นคือปัญหา เนื่องจากบริษัทที่จดทะเบียนแห่งนี้เป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนต่ำ แต่ภาระในการกำจัดขยะมลพิษมีมูลค่าสูงและไม่สามารถที่จะทำอย่างไรได้ ฉะนั้นภาระในการกำจัดต่อไปก็อาจตกเป็นของรัฐบาลและประชาชนที่ต้องจ่ายภาษีมาดำเนินการในเรื่องนี้ ในขณะที่การดำเนินธุรกิจเหล่านี้นั้นล้วนเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

แถลงผลการตรวจค้น

ด้านนายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม จะได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการทั้ง 15 โรงงานในชื่อเดียวกันนี้ว่า “ไม่แจ้งประกอบกิจการโรงงาน” และจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย “ซึ่งมีไว้และครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และจะได้ให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายนี้ ซึ่งจะให้ออกหนังสือสั่งการมาภายในวันนี้เลย นายสุรพล กล่าว

ขณะที่ นายสมชาย กมลวงษ์ นายก อบต.เกาะขนุน กล่าวว่า ทาง อบต. จะดำเนินการทางกฎหมายต่อโรงงานแห่งนี้ เกี่ยวกับการที่ยังไม่ได้ขออนุญาตการใช้อาคารแต่จากการเข้ามาตรวจสอบกลับพบว่ามีการใช้อาคารแล้ว จึงถือว่าผิดกฎหมาย และจะดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับขยะอันตรายที่ยังไม่ได้มีการขออนุญาตต่อทาง อบต.อีกหนึ่งข้อหา ซึ่งเป็นสองเรื่องหลักที่จะต้องเร่งเข้าแจ้งความดำเนินคดีโดยด่วนในวันนี้เลย นายสมชาย กล่าว

พบถ่านหินอื้อ

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น