ผู้ตรวจการแผ่นดิน จี้แก้ปัญหาที่ดิน สวนป่าบ้านปางมะโอ

ชาวปางมะโอ รุกจี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งรัดแก้ปัญหาที่ดิน พบร่องรอยชุมชนเก่าในป่าสงวน

ผูู้ตรวจการแผ่นดิน ขอดีเอกสารกรมที่ดินที่ชาวบ้านเก็บไว้ ยืนยันว่าเดิมเป็นชุมชนเก่าในพื้นที่มีปัญหา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
ห้องประชุมติดตาม
ผู้ตรวจการดูแผนที่จัดการที่ดิน

ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้รัฐธรรมนูญใหม่ติดดาบ  หลังตรวจสอบโดยผู้ตรวจการ ฯ แล้วกฏหมายให้เวลาแก้ปัญหาห้ามเกิน 120 วันถ้าไม่มีเหตุผล

เวลา 10.30 น.วันที่ 23 พฤษภาคม  นายสงัด  ปัถวี  รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน   นายวทัญญู  ทิพยมณฑา ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน1  นายรัตติ  สุทธวราภาส  เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโส    สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน   เข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของชาวบ้านปางมะโอ หมู่ที่ 12 ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ที่วัดปางมะโอ  โดยมีนายโชคดี  อมรวัฒน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่   นายธีระ เงินวิลัย  ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่  นายปราโมทย์ ยอดแก้ว ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดิน นางสาวธัญพร  แพมงคล  ปฏิรูปที่ดินจังหวัดแพร่   นายสกุลไชย  จุมทอง  นายอำเภอวังชิ้น  เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลการแก้ปัญหาดังกล่าว  ที่ศาลาวัดปางมะโอ  หมู่ 12 ต.ปางมะโอ อ.วังชิ้น จ.แพร่

ผลของการติดตามในครั้งนี้ทำให้ทราบว่า  ปัญหาที่ชาวบ้านปางมะโอ หมู่ 12 ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ เรียกร้องให้ทางราชการแก้ปัญหาการปลูกสวนป่าไม้สักเชิงเศรษฐกิจตามแนวทางส่งเสริมของทางราชการไม่สามารถตัดไม้ได้เนื่องจากในปี 2554 มีการกำหนดแนวเขตป่าสงวนใหม่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ขีดเส้นกำหนดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติใหม่ทำให้เกิดการทับซ้อนพื้นที่ทำกินเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01กับพื้นที่ป่าไม้ เรื่องนี้ชาวบ้านร้องให้ทางราชการเร่งดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถตัดไม้เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวได้  ผลของการประชุมพบว่าคณะกรรมการแก้ปัญหาดังกล่าวที่แต่งตั้งโดยนายพงษ์รัตน์  ภิรมย์รัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ดำเนินการไปได้ระดับหนึ่งแล้ว  โดยนายธีระ เงินวิลัย  ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานดังกล่าว ทำหน้าที่รายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบจุดที่มีประชาชนร้องเรียนจำนวน 133 ราย 1,200 ไร่ อยู่ในเขตป่าไม้โซน E เป็นการกำหนดแนวเขตที่ผิดพลาดโดยเจ้าพนักงานป่าไม้ทำให้เกิดปัญหา  ส่วนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ได้กันออกเพื่อประกาศเป็นพื้นที่ สปก. 4-01 ตามมตินโยบายของรัฐรวม 11,000 ไร่ ในจำนวนนี้มีการตรวจสอบสามารถเข้ารังวัดเป็นพื้นที่ สปก.4-01 ได้เพียง 2,000 ไร่เท่านั้น  ซึ่งพื้นที่ครอบครองนอกเขต สปก.4-01  คณะทำงานจะใช้คำสั่ง คสช.ที่ 66/57 ให้ชาวบ้านครอบครองตามโครงการจัดการที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล  (คทช.) เป็นพื้นที่ที่อยู่ในความควบคุมของกรมป่าไม้ แต่สามารถทำกินได้ต่อไปภายใต้การรับรองของผู้ใหญ่บ้าน  และพื้นที่ป่าโซนอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร โซน A  โซน B ไม่สามารถอนุญาตให้ชาวบ้านครอบครองได้  ซึงในประเด็นดังกล่าวชาวบ้านยังไม่พอใจในประเด็นการถือครองที่ดิน คทช. ที่ทางราชการจะกำหนดให้แต่ต้องการให้ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ สปก.เพื่อให้ชาวบ้านได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกัน

ประเด็นดังกล่าวคณะผู้ตรวจการแผ่นจะนำประเด็นนี้เสนอต่อรัฐบาลพิจารณาต่อไป นอกจากนั้นยังมีตัวแทนชาวบ้านใน อ.สูงเม่น อ.เด่นชัย ยื่นหนังสือเร่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งรัดให้แก้ไขพื้นที่เขตปกครองทับซ้อนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว  พร้อมทั้งตัวแทนใน ต.นาพูน อ.วังชิ้น ร้องเรียนว่า องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.แพร่) ปลูกไม้สักลุกล้ำเข้าที่ทำกินและที่ดินสาธารณะของหมู่บ้านทำให้ป่าไม้สักมีปัญหากับการเพาะปลูกเกษตรกรรมในชุมชน

นายนายสงัด  ปัถวี  รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน   กล่าวว่า  ทางราชการเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านแล้ว  จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 120 วัน ซึ่งถ้ายังไม่เสร็จต้องมีเหตุผลเพียงพอ สามารถขยายเวลาได้อีก 60 วัน ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จถือว่าไม่มีความตั้งใจในการทำ  ให้ส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการ ปปช.ในฐานะละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต่อไป  กรณีของบ้านปางมะโอ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องมาช่วยกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางอย่างอาจต้องแก้กฎหมาย  แก้กฤษฎีกา ถ้าจำเป็นก็ต้องดำเนินการทางผู้ตรวจการแผ่นดินที่ผ่านมาไม่มีอำนาจในการจัดการ แต่ในครั้งนี้ต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ตรวจการฯ ได้ลงดูพื้นที่ชุมชนเก่าและเอกสารสิทธิ์ใบจองของกรมที่ดิน และที่ดินที่มีโฉนดในเขตป่า ซึ่งพบว่าเป็นชุมชนโบราณของบ้านปางมะโอก่อนที่จะมีกฎหมายป่าไม้  ซึ่งผู้ตรวจการได้ร่วมประชุมร่วมกับคณะกรรมการแก้ปัญหาบ้านปางมะโอและชาวบ้าน โดยยังหาข้อยุติไม่ได้ในเรื่องการถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยทางราชการให้ชาวบ้านอยู่ทำกินได้แต่ไม่มีการรับรองใดใดหรืออยู่ในความอนุญาตแบบ คทช.  เพียงแต่รับรองว่าไม่มีใครมาไล่อีกต่อไป  ซึ่งเรื่องนี้ผู้ตรวจการฯ จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือแนวเขตบ้านปางมะโอที่กรมที่ดินเพื่อหาทางช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

//////////////////////////////////////////////////////////////

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดแพร่ กดอ่านที่นี่