ทสม. 8 จังหวัด เคลื่อนไหวต้านทิ้งขยะ-กากอุตสาหกรรมข้ามเขต ยื่นผลักดันสู่นโยบายรัฐ

สระแก้ว – ชาวบ้านและเครือข่าย ทสม. 8 จังหวัด กว่า 400 คน รวมตัวระดมจัดเวทีหาแนวทางแก้ปัญหาการจัดการขยะข้ามเขตและกากอุตสาหกรรม เตรียมผลักดันสู่นโยบายรัฐผ่านสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้แต่ละจังหวัดจัดการตนเอง ห้ามขนย้ายขยะข้ามเขตโดยเด็ดขาด ตัวแทนเครือข่าย ทสม.พื้นที่ จ.สระแก้วระบุ สระแก้วกลายเป็นพื้นที่รองรับขยะ EEC และลักลอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านกลุ่มเครือข่าย ทสม. นักวิชาการและตัวแทนด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 8 จังหวัด พื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่างและปริมณฑล จำนวนกว่า 400 คน เดินทางเข้าร่วมเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการหาแนวทางการจัดการขยะข้ามเขตและกากอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันสู่นโยบายรัฐ ที่ห้องประชุมศาลาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายธนภณ เข็มกลัดทอง ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน(ทสม.)จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นแกนนำ เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาจากประชาชนในพื้นที่และรับฟังสถานการณ์ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น จากพื้นที่ จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา พื้นที่อำเภอแปลงยาวและพนมสารคาม ระยอง และชลบุรี

 

นายธนภณ เข็มกลัดทอง ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน(ทสม.)จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ปัญหาขยะที่ผ่านมาตนพยายามผลักดันจนปัจจุบันมีคณะกรรมกรรมทุกจังหวัด แต่การขับเคลื่อนให้มีการจัดการตนเองไม่เกิดขึ้น แม้มหาดไทยจะประกาศให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพแล้วก็ตาม ฉะเชิงเทราปัจจุบันกลายเป็นที่รองรับขยะจากพื้นที่อื่น ท้องถิ่นรับเงินมาจากนายทุน แต่ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์คอยแต่รองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น วันนี้รัฐบาลต้องใช้ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติที่ 6 สมดุลภาครัฐตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ในลักษณะประชารัฐ แต่ความเป็นจริงกลายเป็นรัฐบัญชา รัฐทำแค่มีงบประมาณแล้วระดมการมีส่วนร่วมแล้วปฏิบัติเท่านั้น แต่ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือปัญหาขยะในปัจจุบันเกิดจากนโยบายการจัดการขยะของรัฐบาลที่เกื้อหนุนโรงงานที่สร้างปัญหาสามารถตั้งโรงงานคัดแยกขยะได้ทั่วประเทศ ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายปฏิบัติการ ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตัวให้สอดรับกับนโยบายเบื้องบน และเมื่อประชาชนเดือดร้อนไปร้องเรียน ไปฟ้องร้อง การแก้ปัญหาของรัฐทำเหมือน ๆ กันไม่ได้ลงโทษอะไรในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น ควรยกเลิกนโยบายการจัดการขยะของประเทศที่ให้ไปทิ้งที่ใหนก็ได้ในปัจจุบัน และออกนโยบายให้จังหวัดมีการจัดการขยะในพื้นที่ด้วยตนเอง ห้ามขนย้ายข้ามเขตโดยเด็ดขาด ทำให้เป้าหมายสูงสุดในการลดขยะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง เกิดการจัดการตนเองและดูแลเกื้อหนุนกัน

อ.สมิทธ์ เย็นสบาย ตัวแทน ทสม.สระแก้ว และเลขาธิการมูลนิธิสระแก้วสีเขียว ซึ่งเดินทางเข้าร่วมเวทีกว่า 40 คน กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วกำลังจะกลางเป็นสถานที่รองรับขยะจาก EEC และขยะจากต่างประเทศ รวมทั้งพื้นที่สระแก้วเป็นหนึ่งในพื้นที่ทีมีการลักลอบทิ้งขยะ ดังนั้นเมื่อมีข่าวสารใด ๆ คนในพื้นที่ควรสนใจและติดตาม รวมทั้งน่าจะมีการจัดเวทีให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะที่ลึกไปกว่าขยะชุมชน เช่น การลักลอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม ควรจะมีการจัดเวทีเพื่อให้ความรู้และช่วยกันไปยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับทางจังหวัดในพื้นที่ได้รับทราบ และนำเสนอไปสู่รัฐบาลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีดังกล่าว ทางกลุ่มตัวแทนกลุ่มได้ยื่นหนังสือให้กับ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาขยะนอกเขตและกากอุตสาหกรรมทั้งระบบสู่นโยบายของรัฐบาล ผ่านสภาผู้แทนราษฏร นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในพื้นที่อย่างแท้จริง แก้ปัญหาการปนเปื้อนสารที่มีข้อมูลชัดเจน ซึ่งรัฐต้องเข้าไปฟื้นฟูพื้นที่อย่างจริงจัง รวมทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องเข้าไปกำกับดูแลโรงงานรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาระบบเฝ้าระวังและการยกเลิกผังเมืองเดิมที่ให้สามารถดำเนินการคัดแยกขยะได้ทุกพื้นที่ด้วย

——————————

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น